เลขาธิการ สปกช. แนะรีบเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูก เน้นปลูกพืชแบบผสมผสาน ยึดหลักแปรสภาพพืชเชิงเดี่ยวให้กลายเป็นป่าเพิ่มขึ้น ลั่นอุทกภัยน้ำท่วม ดินถล่มภาคใต้ ชี้ชัดแล้วว่า แห่ปลูกพืชกระแสหลักที่มีราคา ไปไม่รอด
สปกช. ได้จัดสัมมนาเรื่อง สวัสดิการเกษตรกรที่พึงประสงค์ โดยมีนักวิชาการ นักพัฒนาเอกชน ผู้นำเครือข่ายภาคประชาชน ตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม รวม 29 คน การสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ ประมวลความเห็นและแง่คิดที่เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการของเกษตรกรที่เป็นอยู่ และแนวทางจัดการที่เหมาะสม เพื่อบูรณาการและผลักดันเป็นนโยบายที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร รวมทั้งหาประเด็นวิจัยต่อไปหากยังไม่มีคำตอบว่าควรจัดอะไร อย่างไร รวมทั้งสร้างเครือข่าย เพื่อพัฒนาเป็นความร่วมมือด้านการจัดสวัสดิการสังคมและด้านอื่นๆ ต่อไปในอนาคต ผลการประชุมพอสรุปได้ดังนี้ คือ
ท่านคิดว่าท่านจะมีส่วนช่วยในการปฏิรูปคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างชุมชนเข้มแข็ง และสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุขได้อย่างไร และท่านมีข้อเสนอแนะต่อสปกช.ให้ดำเนินงานในเรื่องเร่งด่วนอะไรบ้าง เป็นสองคำถามใหญ่ที่ถามไว้ในใบประเมินการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ประเทศต้องปฏิรูปอย่างไรเพื่อเกษตรกรไทยพ้นวิกฤต” ซึ่งรวบรวมจากผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ดังนี้
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้จัดงานวันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2553 ขึ้น เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2553 ซึ่งเป็นการจัดงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่หก วัตถุประสงค์ในการจัดงานมีอยู่สองประการหลักๆ คือ ประการแรก เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” ด้วยรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถทางด้านนวัตกรรม ในการใช้เทคโนโลยีควบคู่กับนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการในการแก้ปัญหาสภาพ ดินเปรี้ยวในพื้นที่ป่าพรุทางภาคใต้ ให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ “แกล้งดิน” ในเขต
ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร ชุมชน และสังคม ชี้แจงประเด็นที่จะขอความเห็นจากภาคีและภาคส่วนต่างๆ ตามที่ได้เชิญมาดังนี้
เมื่อเราเข้าไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอุทยานต่างๆ สภาพต้นไม้สูงใหญ่ มีเถาวัลย์ หรือ ไม้เลื้อย หรือกาฝาก พันเกี่ยวขึ้นไปดูสวยงามตามธรรมชาติ ด้านล่างของต้นไม้จะมีไม้คลุมดินน้อยใหญ่ สมุนไพรนานาชนิดขึ้นปกคลุมทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ถ้าเป็นสภาพดินชื้นแฉะ มักจะพบมอส ไลเคน และเฟิร์นขึ้นปกคลุม อาศัยพึ่งพากันและกัน ในสภาพธรรมชาติที่สวยงามรวมทั้งสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด
ผมและทีมงานมีโอกาสไปศึกษาการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของ อบต.อุทัยเก่า อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2553 พบว่า อบต. แห่งนี้แม้จะเป็น อบต. ขนาดเล็ก ประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน ประชากรประมาณ 525 ครัวเรือน แต่ได้สร้างนวัตกรรมการพัฒนาหลายอย่าง ทำให้คุณภาพชีวิตเกษตรกรที่อยู่ในชุมชนดังกล่าวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สมกับที่เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบให้กับ อปท. อื่นๆ (ตามโครงการสนับสนุนของ กองทุน สสส.) จึงอยากถ่ายทอดเพื่อให้เป็นแบบอย่างต่อนักพัฒนาทั้งหลาย ทั้งในส่วนที่เป็นผู้บริหาร อปท. ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆที่ทำงานคล้ายๆ กัน
ปัญหามาบตาพุดเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนไทย โดยเฉพาะนักลงทุน ลูกจ้าง และชาวบ้านในพื้นที่ นักวิชาการและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเฝ้าติดตามอย่างใจจดใจจ่อว่าจะมีทางออกอย่างไร จะเลือกการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือจะหาจุดสมดุลพัฒนาทุกด้านไปพร้อมๆกัน แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างไร และภาคประชาชนได้อ้างอิงถึง “โรคมินามาตะ” เป็นการตอบโต้กรณีที่ผู้แทนนักลงทุนจากญี่ปุ่นไปเร่งรัดให้รัฐบาลไทยเปิดไฟ เขียวให้โครงการต่างๆ เดินหน้าโดยเร็ว
สำนักงานส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร ชุมชน และสังคม (สปกช.) ร่วมมือกับ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหารขึ้น ด้วยการจัดฉายภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Food, Inc. ขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2553 ณ โรงภาพยนตร์ เฮ้าส์ อาร์ซีเอ รอบ 20.00 น. ภายในงานมีกิจกรรมกิจกรรมฉลาดซื้อ กินเปลี่ยนโลกและการให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารปลอดภัยรวมทั้งยังมีอาหาร ปลอดภัยให้ได้ลองชิมจากซุ้มต่างๆ อาทิ ซุ้มแจกฟรีอาหารทางเลือก ซุ้มขายผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือก ซุ้มขาย หนังสือ โดยกิจกรรมทั้งหมดเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 17.30 น.
วันที่ 4 ก.พ. 2553 ที่ห้องแกรนด์ฮอลล์ 2 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร ชุมชน และสังคม (สปกช.) ร่วมจัดการเสวนาโต๊ะกลมเรื่อง “แนวทางการรับมือกับผลกระทบจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนที่มีต่อเกษตรกร ไทย” โดยมีเครือข่ายเกษตรกร หน่วยงานราชการ องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ และองค์กรอิสระเข้าร่วมเสวนาประมาณ 300 คน
“... ความมั่นคงด้านอาหาร ถือเป็นจุดแข็งของเรา ประเทศไทยสามารถผลิตอาหารเหลือกิน ไม่ว่าโลกจะวิกฤตอย่างไรก็แล้วแต่ ประเทศไทยก็อยู่ได้ ในทางกลับกัน มีเงินแต่ไม่มีอาหารให้ซื้อ จะเอาอะไรกิน ...” ศาสตราจารย์ น.พ.ประเวศ วะสี ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ประเทศต้องปฏิรูปอย่างไรเพื่อเกษตรกรไทยพ้นวิกฤต” วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553
“ความยั่งยืนของสังคมเกษตรกรคือความยั่งยืนของสังคมทั้งหมด”
Norman Uphoff ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อความยั่งยืนของสังคมเกษตรกร มหาวิทยาลัยคอร์แนล
สิ่งที่นอร์มัน อัพฮอฟประกาศถือเป็นหลักสำคัญ เราพูดกันถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องจับหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ได้ว่าความยั่งยืนของสังคมทั้งหมดอยู่ที่ความยั่งยืนของสังคมเกษตรกร เพราะว่าเรื่องเกษตรกรรมนั้นเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากและมีความเป็นไปได้มากที่จะทำให้สัมมาชีพสามารถเกิดเต็มพื้นที่ เป็นบ่อเกิดของความร่มเย็นเป็นสุข สัมมาอาชีพหมายถึงอาชีพที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่นและไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม