ประเด็น

ไทยติด 14 จาก 170 ปท. เสี่ยงภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เลขาธิการ สปกช.  แนะรีบเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูก เน้นปลูกพืชแบบผสมผสาน ยึดหลักแปรสภาพพืชเชิงเดี่ยวให้กลายเป็นป่าเพิ่มขึ้น ลั่นอุทกภัยน้ำท่วม ดินถล่มภาคใต้ ชี้ชัดแล้วว่า แห่ปลูกพืชกระแสหลักที่มีราคา ไปไม่รอด

สรุปประเด็นจากการเสวนาโต๊ะกลม เรื่อง สวัสดิการที่เหมาะสมกับเกษตรกร

สปกช. ได้จัดสัมมนาเรื่อง สวัสดิการเกษตรกรที่พึงประสงค์ โดยมีนักวิชาการ นักพัฒนาเอกชน ผู้นำเครือข่ายภาคประชาชน ตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม รวม 29 คน การสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ ประมวลความเห็นและแง่คิดที่เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการของเกษตรกรที่เป็นอยู่ และแนวทางจัดการที่เหมาะสม เพื่อบูรณาการและผลักดันเป็นนโยบายที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร รวมทั้งหาประเด็นวิจัยต่อไปหากยังไม่มีคำตอบว่าควรจัดอะไร อย่างไร รวมทั้งสร้างเครือข่าย เพื่อพัฒนาเป็นความร่วมมือด้านการจัดสวัสดิการสังคมและด้านอื่นๆ ต่อไปในอนาคต ผลการประชุมพอสรุปได้ดังนี้ คือ

บันทึกการแถลงข่าว เรื่อง น้ำท่วม: ทุกข์ซ้ำเกษตรกรรมไทย

บันทึกการแถลงข่าว ห้วข้อ "น้ำท่วม : ทุกข์ซ้ำเกษตรกรรมไทย ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมและข้อเสนอแนะเพื่อหลุดพ้นจากวงวรวิกฤต" วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2553

เกษตรกรสะท้อนถึงรัฐ “ความอยู่รอดของเกษตรกรรายย่อยคือความอยู่รอดของประเทศชาติ”

เกษตรกรรายย่อยและเครือข่ายเกษตรกรรมจากทั่วประเทศระดมความเห็นสะท้อนปัญหาคุณภาพชีวิตเกษตรกร ระบุ มีปัญหาตั้งแต่ระดับนโยบายรัฐ ทัศนคติ องค์ความรู้ และการครอบครองปัจจัยการผลิต หวังองค์กรใหม่-สปกช. สร้างเครือข่าย รัฐ-เอกชน-เกษตรกร ส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิต

สรุปความคิดเห็นจากใบประเมินการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ประเทศต้องปฏิรูปอย่างไรเพื่อเกษตรกรไทยพ้นวิกฤต”

ท่านคิดว่าท่านจะมีส่วนช่วยในการปฏิรูปคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างชุมชนเข้มแข็ง และสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุขได้อย่างไร และท่านมีข้อเสนอแนะต่อสปกช.ให้ดำเนินงานในเรื่องเร่งด่วนอะไรบ้าง เป็นสองคำถามใหญ่ที่ถามไว้ในใบประเมินการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ประเทศต้องปฏิรูปอย่างไรเพื่อเกษตรกรไทยพ้นวิกฤต” ซึ่งรวบรวมจากผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ดังนี้

นวัตกรรมการจัดการไร่อ้อยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้จัดงานวันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2553 ขึ้น เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2553 ซึ่งเป็นการจัดงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่หก วัตถุประสงค์ในการจัดงานมีอยู่สองประการหลักๆ คือ ประการแรก เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” ด้วยรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถทางด้านนวัตกรรม ในการใช้เทคโนโลยีควบคู่กับนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการในการแก้ปัญหาสภาพ ดินเปรี้ยวในพื้นที่ป่าพรุทางภาคใต้ ให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ “แกล้งดิน” ในเขต

ข้อเสนอจากภาคี เรื่อง “การส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร: แนวทางและการปฏิบัติการ”

ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร ชุมชน และสังคม ชี้แจงประเด็นที่จะขอความเห็นจากภาคีและภาคส่วนต่างๆ ตามที่ได้เชิญมาดังนี้

  • หน่วยงานราชการ
  • ฝ่ายการเมือง
  • อปท.
  • ผู้นำชุมชน / เกษตรกร
  • องค์กรพัฒนาเอกชน
  • สสส.สำนัก 3
  • องค์กรอิสระ
  • คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ
  • เครือข่ายปฏิรูปประเทศไทย
  • สื่อมวลชน
  • นักศึกษา
  • บุคคลทั่วไป

การทำเกษตรเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติที่หมู่บ้านทุ่งกระโปรง

เมื่อเราเข้าไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอุทยานต่างๆ สภาพต้นไม้สูงใหญ่ มีเถาวัลย์ หรือ ไม้เลื้อย หรือกาฝาก พันเกี่ยวขึ้นไปดูสวยงามตามธรรมชาติ ด้านล่างของต้นไม้จะมีไม้คลุมดินน้อยใหญ่ สมุนไพรนานาชนิดขึ้นปกคลุมทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ถ้าเป็นสภาพดินชื้นแฉะ มักจะพบมอส ไลเคน และเฟิร์นขึ้นปกคลุม อาศัยพึ่งพากันและกัน ในสภาพธรรมชาติที่สวยงามรวมทั้งสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด

ตัวอย่างดีๆ ที่ ตำบลอุทัยเก่า

ผมและทีมงานมีโอกาสไปศึกษาการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของ อบต.อุทัยเก่า อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2553 พบว่า อบต. แห่งนี้แม้จะเป็น อบต. ขนาดเล็ก ประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน ประชากรประมาณ 525 ครัวเรือน แต่ได้สร้างนวัตกรรมการพัฒนาหลายอย่าง ทำให้คุณภาพชีวิตเกษตรกรที่อยู่ในชุมชนดังกล่าวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สมกับที่เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบให้กับ อปท. อื่นๆ (ตามโครงการสนับสนุนของ กองทุน สสส.) จึงอยากถ่ายทอดเพื่อให้เป็นแบบอย่างต่อนักพัฒนาทั้งหลาย ทั้งในส่วนที่เป็นผู้บริหาร อปท. ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆที่ทำงานคล้ายๆ กัน

แปลงวิกฤตให้เป็นโอกาส: จากมินามาตะสู่มาบตาพุด

ปัญหามาบตาพุดเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนไทย โดยเฉพาะนักลงทุน ลูกจ้าง และชาวบ้านในพื้นที่ นักวิชาการและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเฝ้าติดตามอย่างใจจดใจจ่อว่าจะมีทางออกอย่างไร จะเลือกการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือจะหาจุดสมดุลพัฒนาทุกด้านไปพร้อมๆกัน แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างไร และภาคประชาชนได้อ้างอิงถึง “โรคมินามาตะ” เป็นการตอบโต้กรณีที่ผู้แทนนักลงทุนจากญี่ปุ่นไปเร่งรัดให้รัฐบาลไทยเปิดไฟ เขียวให้โครงการต่างๆ เดินหน้าโดยเร็ว

สปกช. ร่วมมือกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจัดฉายภาพยนตร์ Food, Inc.

สำนักงานส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร ชุมชน และสังคม (สปกช.) ร่วมมือกับ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหารขึ้น ด้วยการจัดฉายภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Food, Inc. ขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2553 ณ โรงภาพยนตร์ เฮ้าส์ อาร์ซีเอ รอบ 20.00 น. ภายในงานมีกิจกรรมกิจกรรมฉลาดซื้อ กินเปลี่ยนโลกและการให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารปลอดภัยรวมทั้งยังมีอาหาร ปลอดภัยให้ได้ลองชิมจากซุ้มต่างๆ อาทิ ซุ้มแจกฟรีอาหารทางเลือก ซุ้มขายผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือก ซุ้มขาย หนังสือ โดยกิจกรรมทั้งหมดเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 17.30 น.

รายงานการเสวนา หัวข้อ “แนวทางการรับมือกับผลกระทบจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนที่มีต่อเกษตรกรไทย”

วันที่ 4 ก.พ. 2553 ที่ห้องแกรนด์ฮอลล์ 2 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร ชุมชน และสังคม (สปกช.) ร่วมจัดการเสวนาโต๊ะกลมเรื่อง “แนวทางการรับมือกับผลกระทบจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนที่มีต่อเกษตรกร ไทย” โดยมีเครือข่ายเกษตรกร หน่วยงานราชการ องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ และองค์กรอิสระเข้าร่วมเสวนาประมาณ 300 คน

คู่มือประชาชน เรื่อง "ความ(ไม่)มั่นคงทางอาหารกับทางออกของประเทศไทย"

“... ความมั่นคงด้านอาหาร ถือเป็นจุดแข็งของเรา ประเทศไทยสามารถผลิตอาหารเหลือกิน ไม่ว่าโลกจะวิกฤตอย่างไรก็แล้วแต่ ประเทศไทยก็อยู่ได้ ในทางกลับกัน มีเงินแต่ไม่มีอาหารให้ซื้อ จะเอาอะไรกิน ...”  ศาสตราจารย์ น.พ.ประเวศ วะสี ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ประเทศต้องปฏิรูปอย่างไรเพื่อเกษตรกรไทยพ้นวิกฤต” วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553  

การปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร

“ความยั่งยืนของสังคมเกษตรกรคือความยั่งยืนของสังคมทั้งหมด”
Norman Uphoff ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อความยั่งยืนของสังคมเกษตรกร มหาวิทยาลัยคอร์แนล

สิ่งที่นอร์มัน อัพฮอฟประกาศถือเป็นหลักสำคัญ เราพูดกันถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องจับหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ได้ว่าความยั่งยืนของสังคมทั้งหมดอยู่ที่ความยั่งยืนของสังคมเกษตรกร เพราะว่าเรื่องเกษตรกรรมนั้นเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากและมีความเป็นไปได้มากที่จะทำให้สัมมาชีพสามารถเกิดเต็มพื้นที่ เป็นบ่อเกิดของความร่มเย็นเป็นสุข สัมมาอาชีพหมายถึงอาชีพที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่นและไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม

เปิดตัว สปกช. องค์กรอิสระฟื้นฟูเกษตรกรไทย

ชูเป็นหน่วยงานยุทธศาตร์พัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัยชุมชน หมอประเวศ แนะรัฐบาลส่งเสริมเกษตรยั่งยืน ยึดประชาชนเป็นหลัก จัดพื้นที่ทำกินครอบครัวละ 5 ไร่ หนุนคนไทยมี 2 อาชีพ ทำเกษตรเป็นงานหลัก ยันสร้างอาชีพได้จริง