กลุ่มบริหารการใช้น้ำอ่างเก็บน้ำพระปรง สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน

สถานที่ติดต่อ
ที่อยู่: 
หมู่ที่ 6 บ้านระเบาะหูกวาง ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร
รหัสไปรษณีย์: 
27160
จังหวัด: 
สระแก้ว
ผู้ประสานงาน: 
นายประหยัด ถาวรยิ่ง ประธานกลุ่ม
โทรศัพท์: 
0898320505

จัดตั้งเมื่อ  9 พฤศจิกายน 2544

สมาชิกแรกตั้ง  513 คน

สมาชิกปัจจุบัน  548 คน

อาชีพ  บริหารการใช้น้ำชลประทานกับกรมชลประทาน

ประวัติและผลงานดีเด่นโดยย่อ

กลุ่มบริหารการใช้น้ำอ่างเก็บน้ำพระปรง เป็นกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานที่รับน้ำจากอ่างเก็บน้ำพระปรง โครงการชลประทานสระแก้ว เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานหลาย ๆ กลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มพื้นฐานที่จัดตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 และขึ้นทะเบียนเป็นกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานไว้กับกรมชลประทาน โดยมีผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 9 เป็นนายทะเบียน เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2544 ซึ่งบริหารจัดการใน 7 เขตส่งน้ำ ครอบคลุมกลุ่มพื้นฐาน 82 กลุ่ม ในเขตพื้นที่ 3 ตำบล 1 อำเภอ ประกอบด้วย ตำบลช่องกุ่ม ตำบลหนองน้ำใส และตำบลหมากฝ้าย อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นตัวแทนของสมาชิกในการวางแผนใช้ที่ดินและน้ำชลประทานให้เหมาะสมกับสภาพดินและปริมาณน้ำต้นทุนในแต่ละฤดูกาลเพาะปลูก และเพื่อร่วมกับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานสระแก้ว ในการตัดสินใจและจัดการน้ำชลประทาน รวมทั้งเผยแพร่ข่าวสารด้านต่าง ๆ อันจะเกิดประโยชน์แก่สมาชิก นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ประสานงานระหว่างสมาชิกกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ควบคุมดูแลให้การใช้น้ำของสมาชิกเกิดมลพิษแก่สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด แก้ปัญหาขัดแย้งในการใช้น้ำระหว่างสมาชิกด้วยกันเองหรือสมาชิกกับบุคคลภายนอกและดำเนินงานอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ของสมาชิก ปัจจุบันมีสมาชิก 548 ราย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยการทำนาข้าวเป็นหลัก และรองลงมาเป็นการปลูกพืชไร่จำพวกอ้อยและมันสำปะหลัง ในเขตพื้นที่ชลประทาน 11,319 ไร่ ของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานสระแก้ว โดยใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำพระปรง

ความคิดริเริ่ม

เนื่องจากคณะกรรมการกลุ่มฯ มีความพร้อมเพรียงในการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ มีความเสียสละ และตั้งใจในการที่จะพัฒนากลุ่มฯ ให้ก้าวหน้าและยั่งยืน โดยมีการอุทิศที่ดินเพื่อขยายความยาวคูส่งน้ำ ทำให้สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่ของสมาชิกได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการกำหนดรูปแบบการให้สมาชิกกู้ยืมเงินกองทุนของกลุ่มฯ เพื่อนำไปซื้อปัจจัยการผลิตและมีการวางอนาคตให้เกษตรกรรุ่นหลังได้สืบทอด มียุวเกษตรกรในหลาย ๆ เรื่อง

ความสามารถในการบริหารและการจัดการสถาบัน

  • การบริหารกลุ่มฯ ดำเนินงานโดยคณะกรรมการจำนวน 17 ตำแหน่ง เลือกตั้งโดยสมาชิก อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี มีนายประหยัด ถาวรยิ่ง ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มฯ คนปัจจุบัน มีการประชุมคณะกรรมการปีละครั้ง และประชุมใหญ่สมาชิกปีละ 2 ครั้ง โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ชลประทาน เป็นที่ปรึกษา
  • คณะกรรมการกลุ่มฯ จะจัดทำแผนปฏิบัติงานประจำปี เช่น การปลูกพืช การส่งน้ำ การบำรุงรักษา การเลือกตั้งหัวหน้ากลุ่มพื้นฐาน ตามวาระการศึกษาดูงาน และการประชุม เป็นต้น เพื่อให้สามารถบริหารองค์กรและส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกได้โดยสะดวก
  • กลุ่มฯ มีระบบการประชุม โดยมีการบันทึกการประชุมและสรุปผลการประชุมทุกครั้ง พร้อมแจ้งสมาชิกทราบทางสื่อต่าง ๆ เช่น ติดประกาศตามสถานที่ชุมชน ประกาศผ่านหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน และประชาสัมพันธ์ผ่านทางวัดในงานบุญต่าง ๆ ในระดับจังหวัด เช่น ชลประทาน เกษตร ศูนย์วิจัยข้าว ประมง พัฒนาที่ดิน ตลอดทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลได้เป็นอย่างดี
  • ด้านการบริหารจัดการน้ำชลประทานนั้น ก่อนฤดูกาลเพาะปลูก หัวหน้าคู จะทำการสำรวจความต้องการปลูกพืชจากสมาชิก โดยรวบรวมพื้นที่ ชนิดของพืชที่ปลูก แจ้งให้หัวหน้าเขตส่งน้ำ เพื่อแจ้งต่อประธานกลุ่มฯ ทราบ และประสานเจ้าหน้าที่ชลประทานก่อนมีการประชุมสมาชิก เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนการส่งน้ำ ซึ่งการบริหารจัดการน้ำของกลุ่มฯ ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำพระปรง โดยกลุ่มฯ จะปฏิบัติตามมติที่ประชุมทุกครั้งอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้กลุ่มฯ จะมีการกำหนดรอบเวรการส่งน้ำในแต่ละเขตส่งน้ำอีกครั้ง ให้สอดคล้องกับมติที่ประชุม เพื่อส่งน้ำตามคูสายต่าง ๆ ให้แก่สมาชิกอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อสถาบัน

สมาชิกให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับที่ได้ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด โดยสมาชิกร่วมกันขุดลอกตะกอนดินในคลองส่งน้ำ และทำความสะอาดคูส่งน้ำก่อนฤดูกาลส่งน้ำ ปีละ 2 ครั้ง รวมทั้งตัดหญ้าและกำจัดวัชพืชริมคลองตลอดทั้งปี นอกจากนี้สมาชิกกลุ่มฯ ยังร่วมกันรับผิดชอบทั้งทรัพย์สินหรือแรงงานในกรณีที่คูส่งน้ำชำรุดเสียหาย โดยแบ่งการรับผิดชอบออกเป็น 7  เขตส่งน้ำ ในส่วนของการเก็บเงินเข้ากองทุนของกลุ่มฯ นั้น สมาชิกทุกคนยินยอมและสมัครใจจ่ายเงินค่าบำรุงรักษาตามจำนวนพื้นที่ในอัตราไร่ละ 5 บาทต่อปี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจกรรมของกลุ่มฯ

ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจของสถาบัน

  • กลุ่มฯ มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจกรรมของกลุ่มฯ โดยสมาชิกผู้ใช้น้ำจ่ายเงินเข้ากองทุนในอัตราไร่ละ 5 บาทต่อปี ซึ่งปัจจุบันมีเงินสดสะสมประมาณ 500 บาท และมียอดเงินที่ให้สมาชิกกู้ยืมประมาณ 168,000 บาท โดยเปิดบัญชีเงินฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาวัฒนานคร
  • กลุ่มฯ มีการวางระเบียบการจัดเก็บเงินโดยให้สมาชิกผู้ใช้น้ำจ่ายเงินผ่านทางหัวหน้าคูน้ำในแต่ละสายของเขตส่งน้ำต่าง ๆ ทั้ง 7 เขตส่งน้ำ เพื่อรวบรวมส่งเหรัญญิกของกลุ่มฯ ส่วนการใช้จ่ายเงินกองทุนนั้น คณะกรรมการกลุ่มฯ จะอนุมัติได้เพียง 5,000 บาท หากเกินกว่านั้นจะต้องมีการประชุมเพื่อขอความเห็นชอบจากสมาชิก และถือมติที่ประชุมในการอนุมัติ โดยเบิกจ่ายแต่ละครั้งจะต้องมีกรรมการของกลุ่มฯ 3 คน ประกอบด้วย ประธานกลุ่มฯ เหรัญญิก และหัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานสระแก้ว ลงลายมือชื่อในการเบิกแต่ละครั้ง
  • กลุ่มฯ มีแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ คือ โรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้แก่สมาชิกที่สนใจทำเกษตรอินทรีย์ ทำให้สมาชิกของกลุ่มฯ มีการผลิตปุ๋ยหมัก และปุ๋ยน้ำหมักอินทรีย์ใช้เอง รวมทั้งสนับสนุนการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น หน่อไม้ฝรั่งเกษตรอินทรีย์ และข้าวโพด เป็นต้น ซึ่งทำให้ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต มีรายได้เหลือมากขึ้น

การทำกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กลุ่มฯ มีการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประเพณีของชุมชนในหมู่บ้าน ได้แก่ งานบุญทอดผ้าป่า และประเพณีปลูกข้าวลงแขก นอกจากนี้กลุ่มฯ มีการรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ให้เกิดมลภาวะ โดยการรณรงค์ไม่เผาซังข้าว แต่ใช้วิธีไถกลบแทน ลดการใช้ปุ๋ยเคมีโดยหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทน ตลอดจนผลิตปุ๋ยน้ำชีวภาพและปุ๋ยหมักใช้เอง นอกจากนี้กลุ่มฯ มีกิจกรรมช่วยเหลือสังคมและสมาชิก โดยการช่วยกันบำรุงรักษาวัด โรงเรียน และถนน อีกทั้งร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลทำความสะอาดต้นน้ำอ่างเก็บน้ำพระปรง และร่วมปลูกป่าบริเวณต้นน้ำ

ที่มา:กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2552”, 2552.

ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน
เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ
แหล่งเรียนรู้นวัตกรรม
แหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืน
แหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน