จัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2529
สมาชิกแรกตั้ง 828 คน
สมาชิกปัจจุบัน 828 คน
อาชีพ ทำนา พืชไร่
ผลงานดีเด่น
ความคิดริเริ่ม
ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยการทำนาข้าวเป็นหลัก และรองลงมาเป็นการปลูกพืชไร่จำพวกอ้อย ในเขตพื้นที่ชลประทาน 13,411 ไร่ ของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว โดยใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำกระเสียว เนื่องจากการใช้น้ำของอ่างเก็บน้ำกระเสียวมีผู้ใช้น้ำจากหลายภาคส่วน กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานต่าง ๆ จึงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นคณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการกระเสียว (คำสั่งแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีผู้แทนเกษตรกรเป็นประธาน) ขึ้น โดยมีหน้าที่ในการพิจารณากำหนดความเหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำกระเสียว และดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์จากน้ำชลประทาน โดยมีผลตอบแทนสูงสุด นอกจากนี้ กลุ่มฯ มีการรณรงค์ใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี โดยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง โดยได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ภายใต้ชื่อ “ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพกู้ชาติกู้แผ่นดิน” และกลุ่มฯ ยังได้มีการนำเงินงบประมาณจากค่าดอกเบี้ยเงินกู้กองทุนหมู่บ้านมาซื้อที่ดินมอบเป็นสาธารณสมบัติ เพื่อสร้างเป็นที่ทำการกลุ่มฯ ในปัจจุบัน
ความสามารถในการบริหารและการจัดการ
- การบริหารกลุ่มฯ ดำเนินงานโดยคณะกรรมการจำนวน 14 ตำแหน่ง เลือกตั้งโดยสมาชิกอยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี มีนายทองเหมาะ ภูฆัง ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มฯ คนปัจจุบัน มีการประชุมคณะกรรมการเดือนละครั้ง และประชุมใหญ่สมาชิกปีละ 2 ครั้ง โดยมีองค์กรปกครองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ภาครัฐเป็นที่ปรึกษา
- คณะกรรมการกลุ่มฯ จะจัดทำแผนปฏิบัติงานประจำปี เช่น การประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทาน การประชุมใหญ่สามัญสมาชิก การสำรวจความต้องการใช้น้ำ การบำรุงรักษาคูส่งน้ำและคลองส่งน้ำ การควบคุมการส่งน้ำภายในกลุ่มฯ ตลอดจนการติดตามปริมาณน้ำที่ได้รับจริง ปัญหาอุปสรรคและผลผลิต เป็นต้น เพื่อให้สามารถบริหารองค์กรและส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกได้โดยสะดวก
- กลุ่มฯ มีระบบการประชุม โดยมีการบันทึกการประชุมและสรุปผลการประชุมทุกครั้ง พร้อมแจ้งสมาชิกทราบทางสื่อต่าง ๆ เช่น ติดประกาษตามที่อ่านหนังสือพิมพ์ของชุมชน แจ้งข่าวผ่านหอกระจายข่าวของหมู่บ้านหรือวิทยุชุมชน ตลอดจนในการประชุมหรือในงานบุญต่าง ๆ นอกจากนี้ คณะกรรมการกลุ่มฯ มีการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ชลประทาน เกษตรตำบล/อำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล/จังหวัด รวมทั้งภาคเอกชนอย่างสม่ำเสมอ
- ด้านการบริหารจัดการน้ำชลประทานนั้นก่อนฤดูกาลเพาะปลูก หัวหน้าคูจะทำการสำรวจความต้องการปลูกพืชจากสมาชิก โดยรวบรวมพื้นที่ ชนิดของพืชที่ปลูกแจ้งให้คณะกรรมการฯ ทราบในที่ประชุม เพื่อที่จะให้คณะกรรมการฯ แจ้งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนการส่งน้ำ ซึ่งการบริหารจัดการน้ำของกลุ่มฯ ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำกระเสียว โดยกลุ่มฯ จะปฏิบัติตามมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการกระเสียวทุกครั้งอย่างเคร่งครัด
- กลุ่มฯ จะประชุมสมาชิก เพื่อกำหนดแผนการบำรุงรักษา และแจ้งให้สมาชิกมาร่วมกันบำรุงรักษาคู/คลองส่งน้ำ ก่อนการส่งน้ำ นอกจากนี้ ในช่วงส่งน้ำ หัวหน้าคูและหัวหน้าเขตส่งน้ำจะประสานงานกับคณะกรรมการกลุ่มฯ เพื่อส่งน้ำตามคูสายต่าง ๆ ให้แก่สมาชิกอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิก
สมาชิกให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับที่ได้ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด โดยสมาชิกร่วมกันขุดลอกตะกอนดินในคลองส่งน้ำและคูส่งน้ำนอกฤดูกาลส่งน้ำ ปีละ 2 ครั้ง รวมทั้งตัดหญ้าและกำจัดวัชพืชริมคลองตลอดทั้งปี และยังช่วยกันดูแลและซ่อมแซมอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยหัวหน้าเขตเขตส่งน้ำจะประสานกับประธานกลุ่มฯ ซึ่งกลุ่มฯ จะให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ โดยใช้แรงงานของสมาชิก ในส่วนของการเก็บค่าบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษานั้น สมาชิกทุกคนยินยอมและสมัครใจจ่ายเงินค่าบำรุงรักษาตามจำนวนพื้นที่ ในอัตราไร่ละ 1 บาทต่อปี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่าง ๆ ของกลุ่มฯ
ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจ
- กลุ่มฯ มีที่ทำการเป็นของกลุ่มฯ เอง ซึ่งได้จากการจัดซื้อที่ดิน และมอบให้เป็นสาธารณสมบัติในพื้นที่ 1 ไร่ ซึ่งใช้งบประมาณจากดอกเบี้ยเงินกองทุนหมู่บ้านมาดำเนินการ สำหรับอาคารชลประทานในคลองส่งน้ำ 2 ซ้าย – 1 ขวา อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี โดยมีการบำรุงรักษา ขุดลอกคูส่งน้ำ กำจัดวัชพืช ก่อนการส่งน้ำอย่างต่อเนื่องทุกฤดูกาล ปีละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ กลุ่มฯ มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจกรรมของกลุ่มฯ โดยสมาชิกผู้ใช้น้ำจ่ายเงินเข้ากองทุนในอัตราไร่ละ 1 บาท/ปี ซึ่งปัจจุบันมีเงินสะสมอยู่ประมาณ 2,300 บาท โดยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาหนองหญ้าไซ ทั้งนี้ กลุ่มฯ ได้งดเว้นการเก็บเงินเข้ากองทุนมาช่วงปี พ.ศ. 2548-2549 เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนน้อย
- กลุ่มฯ มีการวางระเบียบการจัดเก็บเงิน โดยให้สมาชิกผู้ใช้น้ำจ่ายเงินผ่านทางหัวหน้าคูน้ำในแต่ละสาย โดยรวบรวมส่งเหรัญญิกของกลุ่มฯ ส่วนการใช้จ่ายเงินกองทุนจะต้องมีการประชุมเพื่อขอความเห็นชอบจากสมาชิก และถือมติที่ประชุมเป็นการอนุมัติ โดยการเบิกจ่ายแต่ละครั้งจะต้องมีกรรมการของกลุ่มฯ 3 คน ประกอบด้วย ประธานกลุ่มฯ เหรัญญิก และเลขานุการ ลงลายมือชื่อในการเบิกแต่ละครั้ง
- เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 กลุ่มฯ ได้ดำเนินการรับจ้างบำรุงรักษาโดยการขุดลอกตะกอนดินท้องคลองสาย 2 ซ้าย – 1 ขวา ของโครงการฯ กระเสียว ความยาว 2.5 กิโลเมตร ในวงเงิน 99,900 บาท ซึ่งเป็นการฝึกฝนความชำนาญให้สมาชิกกลุ่มฯ ในด้านการบำรุงรักษา นอกจากนี้ กลุ่มฯ ได้พร้อมใจกันหันมาศึกษาและเปลี่ยนมาใช้สารอินทรีย์แทนการใช้สารเคมีในการผลิตพืชผลทางการเกษตร ซึ่งทำให้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต มีรายได้เหลือมากขึ้น เกษตรกรมีฐานะดีขึ้น มีความปลอดภัยจากสารเคมี ประเทศชาติไม่ต้องสูญเสียเงินตราจากการซื้อปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ และที่สำคัญทรัพยากรดินของกลุ่มฯ ได้รับการฟื้นฟูให้กลับไปดีดังเดิม ทำให้ความฝันที่จะเห็นดินอุดม ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในอนาคตอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ในเขตพื้นที่ของกลุ่มฯ มีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจอยู่ 2 ชนิด คือ ข้าวและอ้อย ซึ่งการขยายข้าวของเกษตรกรส่วนใหญ่จะขายให้กับโรงสีที่เข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ส่วนอ้อยจะนำผลผลิตเข้าโรงงานน้ำตาลที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง
กิจกรรมสาธารณประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มฯ มีการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประเพณีของชุมชนในหมู่บ้าน ได้แก่ ประเพณีสงกรานต์ การแห่เทียนพรรษา หรืองานบุญต่าง ๆ นอกจากนี้ กลุ่มฯ มีการรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ให้เกิดมลภาวะ โดยการไม่เผาซักข้าวในนา รณรงค์ให้สมาชิกตัดอ้อยเข้าโรงงานโดยไม่เผาอ้อย และส่งเสริมให้สมาชิกหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนการใช้ปุ๋ยเคมี รวมทั้งกลุ่มฯ มีกิจกรรมช่วยเหลือสังคมและสมาชิก โดยการช่วยกันบำรุงรักษาวัด โรงเรียน สถานีอนามัย และถนน อีกทั้งช่วยกันดูแลรักษาอาคารชลประทาน สาธารณสมบัติของทางราชการที่มีอยู่ไว้ใช้ประโยชน์ได้นานที่สุด
ที่มา:กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2551, 2551.
