ประวัติความเป็นมา
ตำบลสะตอน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ได้เคยจัดทำแผนชุมชนเมื่อปี 2547 ตามโครงการบูรณาการแผนชุมชน แต่การดำเนินกิจกรรมตามแผนขาดความต่อเนื่อง และประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจกระบวนการของแผนชุมชน ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมความเข้มแข็ง เกิดกิจกรรมต่อเนื่อง ตลอดเป็นการปรับกระบวนการคิดโดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของประชาชน เกิดเครือข่ายคณะทำงานแผนชุมชน จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขึ้นทั้งหมด จำนวน 5 กลุ่ม ภายใต้การดำเนินการและกำกับดูแลจากศูนย์การเรียนรู้ครู เกษตรกรบ้านทรัพย์เจริญ (โรงเรียนทำกินทำใช้) โดยมี จ.อ.ชาตินิยม ศรสูงเนิน เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน
หลักคิด
สภาพปัญหาในชุมชนปัจจุบันนี้ ตกอยู่ในสภาพแบบเศรษฐกิจตาโต ซึ่งมีการแข่งขันกันมาก นำเงินมาใช้จ่ายอย่างไม่ประหยัดและไม่ถูกต้อง จนเกิดปัญหาหนี้สิน ประกอบกับไม่มีตลาดรองรับสินค้า ราคาสินค้าตกต่ำ ทุนในการผลิตสูง ข้าวของเครื่องใช้แพงขึ้น รายได้ไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องกลับมามองดูตัวเองเป็นหลัก โดยอาศัยเศรษฐกิจพอเพียง ทำกิน-ทำใช้ เหลือกินใช้ทาน บริจาค และนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง เมื่อเราสร้างผลิตเองได้เท่ากับเราก็ไม่ต้องจับจ่าย ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเอง
แนวทางการบริหารจัดการ
- จัดตั้งพื้นที่ทำการศูนย์ฯ
- คัดเลือกเกษตรกรนำร่อง โดยความสมัครใจ
- ชี้แนะ และแนะนำทางเลือกในการประกอบอาชีพ
- ติดตามช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา
- ศึกษา ดูงาน และนำกลับมาพัฒนาให้เหมาะสมกับพื้นที่
- แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเองโดยระดมความคิดในชุมชน ค้นหาผู้นำเพื่อขยายต่อ
การพัฒนากิจกรรม
- ติดต่อตลาด หรือกลุ่มองค์กรในเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้า
- ติดตาม กำกับ และให้ความช่วยเหลือสมาชิกในการแก้ปัญหาผลผลิต
- แนะนำเทคนิคในการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ
แนวทางระดมทุน
- มีการออมทรัพย์กันทุกเดือนในกลุ่มออมทรัพย์บ้านทรัพย์เจริญ
- มีการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนกับกลุ่มออมทรัพย์และกองทุนหมู่บ้านเสมอ
- ติดตามแหล่งเงินทุนภายนอกโดยเฉพาะ ธ.ก.ส. ในโครงการที่ลงทุนมาก
กระบวนการคิดในการแก้ไขปัญหา
- มีการประชุมกันทุกเดือน
- เมื่อเกิดปัญหากรณีเร่งด่วนก็จะมีการเรียกประชุมเพื่อแก้ปัยหาให้ทันเหตุการณ์
- ติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองและชุมชน เพื่อแจ้งข่าวสารกับสมาชิกตลอดเวลา
งค์ความรู้ที่โดดเด่น
- การผลิตผักปลอดสารพิษโดยอาศัยน้ำหมักที่ผลิตเอง
- การเลี้ยงหมูหลุม แพะ วัว ม้า เพื่อนำมูลมาใช้ประโยชน์
- การเลี้ยงปลา เพื่อกำจัดเศษวัชพืชและผักที่เหลืออย่างเป็นระบบ
- การผลิตไบโอก๊าซจากมูลสัตว์และเศษผักที่เหลือ
- พลังงานทดแทน เช่น จักรยานน้ำ ก๊าซชีวภาพ
- การเลี้ยงปลาโดยไม่ต้องขุดบ่อ ปลูกผักโดยไม่ต้องขุดดิน มีกินตลอดชีวิต
ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.
