ประวัติความเป็นมา
ปี 2538 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในภาคกลาง จนทำให้ชาวประมงชายฝั่งไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ต้องออกไปขายแรงงานนอกพื้นที่ บวกกับความเจริญ ที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามมาด้วยสิ่งยั่วยุต่าง ๆ และยาเสพติด ผู้นำชุมชนจึงคิดหาวิธีการแก้ปัญหา โดยรวมกลุ่มกันพูดคุยและหาวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จนได้ผลสรุปว่าการที่ชาวบ้านต้องทิ้งบ้านออกไปขายแรงงานเพราะว่าชาวบ้านไม่มีงานทำไม่มีรายได้ และกลุ่มเด็กที่ติดยาเพราะเด็กมีเวลาว่างมาก จึงได้มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน โดยการฝึกอบรมการ "ต่อเรือจิ๋ว" ให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชน และการฝึกอบรมการแปรรูปอาหารทะเล "ปลาหยอง" ให้กับแม่บ้านชาวประมง โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดให้การช่วยเหลือสนับสนุนให้ด้านความรู้และงบประมาณ จนทำให้สามารถก่อตั้งกลุ่มสตรีและเยาวชนสหกรณ์บางจะเกร็ง-บางแก้ว ได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2539
หลักคิด
- บริหารจัดการในรูปแบบคณะกรรมการเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสำคัญ
- กำหนดระเบียบเพื่อใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการอย่างชัดเจน
- เน้นประสิทธิผลการขยายเครือข่ายที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชนเป็นสำคัญ
แนวทางการบริหารจัดการ
บริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมในรูปแบบของคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนของสมาชิก การตัดสินใจในด้านต่าง ๆ ยึดรูปแบบประชาธิปไตยที่ใช้เหตุผลเป็นหลักมากกว่าการใช้จำนวน เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้การทำงานร่วมกัน และสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของในการพัฒนาชุมชนร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ สู่ความเข้มแข็งของชุมชนอย่างแท้จริง
การพัฒนากิจกรรม
- ขอสนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างตลาดปลาชุมชน กับองค์การสะพานปลา
- พัฒนาอู่เรือจิ๋ว ไปเป็นพิพิธภัณฑ์ประมงพื้นบ้าน
- เตรียมความพร้อมชุมชนในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
แนวทางการระดมทุน
- การลงหุ้นร่วมกันของชุมชน การจัดการให้เกิดการออมที่มีประสิทธิภาพ
- ขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. อบจ. องค์การสะพานปลา ประมงจังหวัด
กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ
- การต่อเรือจำลอง (เรือจิ๋ว)
- การแปรรูปอาหารทะเล (ปลาหยอง)
- การจัดทำธนาคารไข่ปู
- การจัดสร้างห้องเย็นชุมชน (เปรียบเสมือนยุ้งฉาง)
- ท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้าน
- สหกรณ์ประมงบางจะเกร็ง-บางแก้ว จำกัด
- การฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น
- การพัฒนาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน
ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.
