ประวัติความเป็นมา
ย้อนอดีตเมื่อ พ.ศ. 2534-2535 ชาวบ้านที่ทำประมงเก็บหอยด้วยมือไม่มีหอยจะให้เก็บ เนื่องจากมีการลักลอบจับหอยแครงและหอยเสียบโดยใช้เครื่องทุ่นแรง โดยไม่นึกถึงผลกระทบระบบนิเวศน์ และความเดือดร้อนของชาวบ้านที่มีอาชีพเก็บหอยด้วยมือ ซึ่งเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัว ชาวบ้านจึงต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเรือนไปทำอาชีพประมงที่จังหวัดอื่น จนเมื่อปี 2535 ผู้ใหญ่จรรจง พิทักษ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านได้ปรึกษาหารือกับชาวบ้านเรื่องการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและระบบเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน
หลักคิด
ผู้นำต้องเป็นหลักชัยในการคิดพิทักษ์สิทธิประโยชน์ การปฏิบัติจัดระบบให้เป็นระเบียบ การดูแลรักษา การพัฒนาควรอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้องถูกกฎหมาย ทุกคนร่วมกัน ทุกท่านช่วยทำ แบ่งปันหากิน ทรัพย์สินถาวร เพื่อคงไว้ให้ยาวนาน เพื่อชาวบ้านมีอาชีพทำเลี้ยงครอบครัวแบบพอเพียงและยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการ
- แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบตามความถนัด
- การเรียนการปฏิบัติ ทักษะ ประสบการณ์งานประมงพื้นบ้าน
- สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ท้องทะเลมีการรักษาสมดุลพื้นที่เป็นอย่างดี เพื่อรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำ
การพัฒนากิจกรรม
- คอยดูแลทรัพยากรให้คงทนคน พัฒนาบุคลากรให้รู้รักษ์ธรรมชาติ
- ออกตรวจเฝ้าระวังต่อเนื่องฝึกฝนคนรุ่นใหม่ให้รักให้หวงใส่ใจรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน
- จัดอบรมฝึกทักษะประสบการณ์ให้เชี่ยวชาญการปฏิบัติ
แนวทางการระดมทุน
แหล่งทุนที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ ไทยสหประชาชาติ กองทุนเพื่อพัฒนาสังคม (SIF) การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) องค์การบริหารส่วนตำบลบางขุนไทร
กระบวนการคิดในการแก้ไขปัญหา
- แก้ไขพฤติกรรม (คน) บนพื้นฐานการถูกต้องไม่ปกป้องการถูกใจ
- แก้ไขพฤติกรรม (คน) บนความโลภไม่รู้จักพอ ก่อทำลายระบบนิเวศน์
- แก้ไขพฤติกรรม (คน) เห็นประโยชน์ส่วนตนบนความเดือดร้อนชาวบ้าน
- แก้ไขพฤติกรรม (เจ้า) ชาวบ้านยกมือไหว้ หน้าที่ให้มีหัวใจเป็นธรรม
องค์ความรู้ที่โดดเด่น
การทำงานด้านอนุรักษ์ฯ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับนักศึกษา และได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว และใบประกาศรับรองจากหน่วยงานต่างๆ
ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.
