กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร และ สภต.ปลายบาง สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร

สถานที่ติดต่อ
ที่อยู่: 
เลขที่ 167/1 หมู่ที่ 1 ตำบลปลายบาง อำเภอบางกรวย
รหัสไปรษณีย์: 
11130
จังหวัด: 
นนทบุรี
ผู้ประสานงาน: 
นางสาวขวัญเรือน อ่อนละห้อย ประธานกลุ่ม
โทรศัพท์: 
0819256267

จัดตั้งเมื่อ  14 กรกฎาคม 2542

สมาชิกแรกตั้ง  15 คน

สมาชิกปัจจุบัน  103 คน

อาชีพ  ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล พืชผัก

ผลงานดีเด่น

ความคิดริเริ่ม

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและ สภต.ปลายบาง เกิดจากการรวมตัวของแม่บ้านเกษตรกรกับแม่บ้านตำรวจในตำบลปลายบาง ที่เคยใช้เวลาว่างให้หมดไปอย่างไม่เกิดประโยชน์ และยังก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ ลุกลามไปถึงปัญหาครอบครัว จากปัญหาดังกล่าวจึงเกิดความคิดที่จะมีการรวมตัวกันเป็น “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและ สภต.ปลายบาง”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และก่อให้เกิดรายได้ มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมทางการเกษตร สร้างจิตสำนึกให้สมาชิกและคนในชุมชนช่วยเหลือกัน จากการรวมตัวดังกล่าว ทำให้เกิดความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

  • นำวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีอยู่ในพื้นที่มาเพิ่มมูลค่า โดยการทำถั่วทอดสมุนไพรที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน การผลิตถั่วทอดสมุนไพรได้รับการรับรองจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ในเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ประเภทองค์ความรู้ของกลุ่มบุคคลท้องถิ่น สาขาผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เรื่อง “การทำถั่วทอดสมุนไพร”
  • นำผงปรุงรสจากผักพื้นบ้านมาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มคุณค่าและรสชาติของตัวผลิตภัณฑ์ โดยนำสมาชิกเข้ารับการอบรมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้ตรงกับความต้องการของตลาด
  • ส่งเสริมให้สมาชิกและชุมชนปลูกตะไคร้ มะกรูด เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและป้องกันการพังทลายของดิน ด้วยสภาพพื้นที่ของชุมชนอยู่ริมคลอง และสามารถสร้างรายได้โดยนำผลผลิตมาจำหน่ายให้กับกลุ่มฯ ด้วย
  • พัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ โดยใช้ซองเม็ททาไรซ์เติมแก๊สไนโตรเจน ทำให้สินค้าเก็บได้นานขึ้นจากเดิม 20 วัน เป็น 180 วัน
  • ลดต้นทุนการผลิต โดยใช้วิธีการทอดแบบหลุม ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีสีสันสม่ำเสมอ และยังช่วยประหยัดเวลา น้ำมันพืช แก๊ส
  • สามารถนำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ภายใต้ชื่อ “เฮร์บนัท”วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำและร้านสะดวกซื้อ

ความสามารถในการบริหารและการจัดการ

การบริหารจัดการกลุ่ม กลุ่มยึดหลักการมีส่วนร่วมของสมาชิก คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ และร่วมพัฒนาสมาชิก โครงสร้างการบริหารงานกลุ่มฯ แบ่งออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ ประกอบด้วย

  • คณะกรรมการบริหารกลุ่มฯ จำนวน 5 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 1 ปี ทำหน้าที่ดำเนินการบริหารจัดการกลุ่มฯ ให้ดำเนินกิจกรรมให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มฯ และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • คณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ประกอบด้วย ฝ่ายจัดหาวัตถุดิบ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายการผลิต และฝ่ายควบคุม
  • คณะกรรมการที่ปรึกษา จากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรท้องถิ่น จำนวน 5 คน
    1. กลุ่มฯ มีการประชุมทุกเดือน มีการจดบันทึกการประชุม มีระเบียบข้อบังคับซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์ ลักษณะสมาชิกภาพ หน้าที่บทบาทของสมาชิกอย่างชัดเจน
    2. กลุ่มฯ มีการนำระบบการทำบัญชีของสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์มาใช้ โดยใช้การบันทึกข้อมูลผ่านในโปรแกรมสำเร็จรูป ทำให้มีความถูกต้อง ตรวจสอบได้
    3. กลุ่มฯ ได้ใบรับรองกระบวนการผลิตอาหาร (GMP) ทำให้สินค้ามีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน
    4. กลุ่มฯ แบ่งกำไรสุทธิต่อปีตามมติที่ประชุมใหญ่ ดังนี้ ปันผลให้สมาชิก ร้อยละ 8 เงินทุนหมุนเวียน (ค่าอบรม สวัสดิการกลุ่มและการช่วยเหลือชุมชน) ร้อยละ 42 ค่าเสื่อม ค่าซ่อมอุปกรณ์และเครื่องจักร ร้อยละ 20 สำรองทำบรรจุภัณฑ์ ร้อยละ 30
    5. กลุ่มฯ มีการเสริมสร้างศักยภาพความเป็นผู้นำแก่สมาชิก โดยให้เข้ารับกรอบรมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และเป็นวิทยากรอีกด้วย รวมถึงสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ เช่น กรรมการสตรีระดับตำบล กรรมการหมู่บ้าน กรรมการกองทุนหมู่บ้าน และผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน
    6. มีการสร้างกลุ่มเครือข่ายปลูกพืชสมุนไพรและนำมาจำหน่ายกับกลุ่ม กลุ่มเครือข่ายตะไคร้ มีสมาชิกจำนวน 10 คน พื้นที่ปลูก 5.2 ไร่ กลุ่มเครือข่ายใบมะกรูดมีสมาชิกจำนวน 12 คน พื้นที่ปลูก 6.1 ไร่
    7. กลุ่มฯ มีการประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์มาแนะนำการทำบัญชี องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานเกษตรอำเภอบางกรวย สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ให้คำปรึกษา กรมส่งเริมการเกษตร กระทรวงสาธารณสุขให้ความรู้การผลิตสินค้า
    8. กลุ่มฯ มีความสามารถในการวิเคราะห์แก้ไขปัญหา และเจรจาต่อรองทำการตลาดได้ด้วยตนเองสามารถกระจายสินค้าสู่กลุ่มผู้บริโภคได้กว้างขวาง
    9. กลุ่มฯ มีการสนับสนุนกลุ่มเครือข่ายโดยรับซื้อวัตถุดิบ มีการแลกเปลี่ยนสินค้าและนำสินค้าของกลุ่มเครือข่ายไปช่วยจำหน่ายในงานต่าง ๆ
    10. กลุ่มฯ ได้รับคัดเลือกเป็นจุดถ่ายทอดความรู้ด้านการแปรรูปผลผลิตการเกษตรให้กับการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) เป็นจุดสาธิตของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล

บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิกสมาชิกมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

  • ตัดสินใจในการเลือกกรรมการบริหาร และกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ปีละ 1 ครั้ง
  • การร่วมคิด ร่วมตัดสินใจในการวางระเบียบข้อบังคับกลุ่มฯ การจัดสรรผลกำไร
  • การร่วมตัดสินใจทำกิจกรรม กลุ่มฯ จะประชุมเพื่อร่วมกันวางแผนทำกิจกรรม โดยสมาชิกร่วมศึกษาข้อมูลด้านการตลาดวัตถุดิบและวางแผนการผลิต
  • การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในการดำเนินงานของกลุ่มฯ และกิจกรรมกลุ่มและการถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับให้กับสมาชิกคนอื่น
  • สมาชิกสามารถเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ในการแปรรูปผลผลิตเกษตร
  • ร่วมแก้ไขปัญหา โดยการประชุมให้สมาชิกเสนอหาแนวทางแก้ไขปัญหา และหาข้อยุติร่วมกัน เช่น เงินทุน การจ่ายค่าตอบแทน การอบรม
  • ได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ในปี พ.ศ. 2548 และเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรต้นแบบไปสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอาหาร
  • กลุ่มสามารถระดมทุน โดยเพิ่มหุ้นจากสมาชิกเมื่อกลุ่มต้องการใช้ทุนในการผลิตเมื่อมีการสั่งสินค้าจำนวนมาก และเมื่อลูกค้ามีการใช้เครดิต
  • สมาชิกมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน

ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจ

  • จำนวนสมาชิกกลุ่มฯ โดยปี พ.ศ. 2548 มีสมาชิก 41 คน ปี พ.ศ. 2549 มีสมาชิก 75 คน และปี พ.ศ. 2550 มีสมาชิก 103 คน
  • จำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมในการผลิต โดยปี พ.ศ. 2548 มี 11 คน ปี พ.ศ. 2549 มี 25 คน และปี พ.ศ. 2550 มี 33 คน
  • จำนวนสมาชิกที่ร่วมหุ้น โดยปี พ.ศ. 2548 มี 31 คน ปี พ.ศ. 2549 มี 50 คน และปี พ.ศ. 2550 มี 103 คน
  • รายได้ของกลุ่มฯ โดยปี พ.ศ. 2548 มีรายได้ 1,143,280 บาท ปี พ.ศ. 2549 มีรายได้ 7,285,745 บาท และปี พ.ศ. 2550 มีรายได้ 2,024,352 บาท
  • กำไรสุทธิ โดยปี พ.ศ. 2548 กำไรสุทธิ 71,785 บาท ปี พ.ศ. 2549 กำไรสุทธิ 686,351 บาท และปี พ.ศ. 2550 กำไรสุทธิ 400,352 บาท
  • สินทรัพย์ของกลุ่มฯ มี 1,873,584 บาท
  • เงินทุนหมุนเวียนกลุ่มฯ ปี พ.ศ. 2548 มี 21,535 บาท ปี พ.ศ. 2549 มี 288,267 บาท และปี พ.ศ. 2550 มี 168,148 บาท
  • สมาชิกมีรายได้จากการร่วมกิจกรรมการผลิต โดยปี พ.ศ. 2548 ได้ 2,500 บาท/เดือน ปี พ.ศ. 2549 ได้ 5,500-8,000 บาท และปี พ.ศ. 2550 ได้ 3,500-5,000 บาท

กิจกรรมสาธารณประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  • ขั้นตอนกระบวนการผลิต กลุ่มฯ คำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น
    1. น้ำมันที่เหลือจากการทอด สามารถนำไปขายสร้างรายได้เข้ากลุ่มฯ เพื่อนำไปทำ Biodiesel เพราะเป็นการลดการน้ำเข้าน้ำมันปิโตรเลียม เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันพืชอย่างยั่งยืน สำหรับใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม
    2. ภาชนะที่ใช้ทอดก่อนล้างจะมีการซับคราบน้ำมันออกก่อน เพื่อป้องกันการกระจายของมลพิษสู่แม่น้ำลำคลอง
  • เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตสินค้าแก่ครอบครัวเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป
  • ร่วมกิจกรรมวันสำคัญต่าง ๆ ที่ทางชุมชนและหน่วยงานราชการจัดทำโครงการและนำสินค้าของกลุ่มมาสนับสนุนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม
  • จัดงานบำเพ็ญประโยชน์ เช่น การอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการปลูกต้นไม้ และลดการใช้สารเคมี ร่วมรณรงค์การผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย และเข้าร่วมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด
  • การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้สมาชิกรักษาความสะอาดสภาพแวดล้อมอาคารบ้านเรือน สถานที่ และร่วมกับเทศบาลในการขุดลอกคูคลองเป็นประจำทุกปี
  • นำเครื่องเขียน เช่น สมุด ดินสอ และขนม ให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนเขตเทศบาลปลายบาง
  • การปลูกฝัง/สร้างจิตสำนึกให้สมาชิกและคนในชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เข้าร่วมกิจกรรมวันเข้าพรรษา งานเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา งานกีฬาประจำปีของเทศบาล
  • สมาชิกทุกคนจะได้รับเงินช่วยเหลือค่างานศพของญาติสมาชิกและได้รับของเยี่ยมเมื่อเจ็บป่วยจากเงินทุนของกลุ่มฯ

ที่มา:กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2551, 2551.

ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน
เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ
แหล่งเรียนรู้นวัตกรรม
แหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืน
แหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน