กุ้งก้ามกราม เป็นกุ้งขนาดใหญ่ เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยมานาน เป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เนื้อมีรสชาติดีสามารถประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ทอด พร่า ยำ อบ แต่เดิมกุ้งก้ามกรามเคยมีชุกชุมในทะเลสาบสงขลาและจังหวัดพัทลุง แต่ปัจจุบันกุ้งก้ามกรามในแหล่งน้ำธรรมชาติมีจำนวนลดลง เนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น การทำการประมงมากเกินควร ดังนั้นการเพาะเลี้ยงเพื่อชดเชยจากธรรมชาติได้พัฒนาขึ้นมาตามลำดับ ทำให้การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามเป็นอาชีพหนึ่งซึ่งทำรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตามการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามให้ประสบผลสำเร็จนั้นต้องอาศัยความรู้ ความเอาใจใส่ พร้อมทั้งได้พันธุ์กุ้งก้ามกรามที่ดีและแข็งแรง
วิธีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในบ่อดิน
การอนุบาลลูกกุ้งการเตรียมบ่อเพื่อการอนุบาลลูกกุ้ง
- ดูดน้ำออกจากบ่อให้แห้ง ตากแดดไว้ 15-20วั น โดยสังเกตให้ดินแตกระแหง
- หว่านปูนขาวให้ทั่วบริเวณบ่อ สำหรับดินเปรี้ยว อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ ดินปกติ หว่านปูนขาวอัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่
- สูบน้ำเข้าบ่อผ่านการกรองไม่ให้มีลูกกุ้ง หรือลูกปลาติดมาในบ่อ ให้ได้ระดับน้ำ 80-100 ซม. การสูบน้ำเข้าบ่อโดยใช้วิธีการกาลักน้ำอาศัยหลักการระบบสุญญากาศ ใช้ท่อพีวีซีต่อท่อจากคลองชลประทานมาสู่บ่อ โดยให้น้ำไหลจากที่สูงมาสู่ที่ต่ำ จะช่วยประหยัดค่าสูบน้ำเข้าบ่อได้ ทิ้งไว้ 3-7 วัน จึงเตรียมน้ำสำหรับปล่อยลูกกุ้งลงอนุบาล
- การเตรียมน้ำจะช่วยในการประหยัดอาหารในช่วงแรก โดยไม่ต้องให้อาหารในช่วงอนุบาล 20 วันแรก สูตรในการเตรียมน้ำ คือ รำละเอียดต้มสุก 10กิโลกรัม ปลาป่น 10กิโลกรัม หัวเชื้อ EM1ลิตร กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำ 10 ลิตร นำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้าด้วยกัน หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง นำไปราดให้ทั่วบ่อก่อนปล่อยลูกกุ้ง
-
ปล่อยลูกกุ้งคล่ำ อายุ 20 วัน อัตรา 5,000ตัวต่อไร่ วิธีการปล่อยมี 2 วิธี คือ
- ปล่อยโดยขังคอก มุมใดมุมหนึ่งของบ่อ เพื่อความสะดวกในการสังเกตความแข็งแรงของลูกกุ้ง ระยะเวลา 1 สัปดาห์ ต้องปล่อยออกจากคอกสู่บ่อใหญ่
- ปล่อยในบ่อกว้างโดยตรง จะมีเปอร์เซ็นต์การรอดมากกว่า
- หลังจากการปล่อย 7 วัน สังเกตการณ์รอดของลูกกุ้ง โดยใช้ไฟฉายส่องบริเวณขอบบ่อในตอนกลางคืนจะเห็นลูกกุ้งลอยเป็นแพ
- ระยะเวลาในการอนุบาลลูกกุ้ง 2-3 เดือน จะได้ลูกกุ้งขนาด 100-300 ตัวต่อกิโลกรัม พร้อมที่จะนำไปเลี้ยงขุน
การเลี้ยงกุ้งขุน
- การเตรียมบ่อเช่นเดียวกันการเตรียมบ่ออนุบาลลูกกุ้ง (ไม่จำเป็นต้องเตรียมน้ำก็ได้)
- ปล่อยลูกกุ้งที่ได้จากการอนุบาล อัตรา 5,000 ตัวต่อไร่
- ให้อาหารวันละ 2 มื้อ อัตราการให้ 2-5% ของน้ำหนักกุ้ง
- การให้อาหารเสริมเพื่อเพิ่มรสชาติของกุ้ง และเป็นการประหยัดต้นทุนค่าอาหาร ได้แก่ มะพร้าว โดยเอาเฉพาะเนื้อมะพร้าวหั่นเป็นชิ้น กล้วยน้ำว้าสุก หั่นเป็นท่อน ๆ หว่านในบ่อ
- ระยะการเลี้ยง 2-3 เดือน จะได้กุ้งน้ำหนัก 15-20 ตัวต่อกิโลกรัม สามารถจับส่งตลาดได้
สามารถทำเป็นอาชีพที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง และสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้แก่บุคคลที่สนใจได้
ที่มา:
- สถาบันสร้างเสริมนวัตกรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียง กรมส่งเสริมการเกษตร “นวัตกรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียงองค์ความรู้ของเกษตรกรและชุมชน”, 2552.
- สำนักงานเกษตรอำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง โทรศัพท์ 0-7462-4458
