ประวัติความเป็นมา
เริ่มต้นจากต้องการแก้ปัญหาปากท้องของตนเอง และได้เข้ารับการอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง จึงเกิดความคิดที่จะจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรในท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือตนเองและสมาชิก ด้านการผลิต และส่งเสริมการทำอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ การต่อรองราคาพืชผล วัสดุอุปกรณ์การผลิต โดยยึดหลักตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
หลักคิด
ชุมชนมีส่วนร่วม ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันวางแผน ร่วมกันรับผลประโยชน์ และประสานเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและกองทุนมูลนิธิต่าง ๆ จัดทำแผนของกลุ่มแบบมีส่วนร่วมและแผนพัฒนาชุมชน
แนวทางการบริหารจัดการ
บริหารจัดการในรูปแบบคณะกรรมการกลุ่ม มีการแบ่งงานหน้าที่การรับผิดชอบสมาชิกมาจากทุกสาขาอาชีพ รวมตัวกันด้วยความสมัครใจ
การพัฒนากิจกรรม
- จัดตั้งโรงสีชุมชนเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้นเพื่อให้ทันต่อความต้องการของตลาดและเพียงพอต่อความต้องการของสมาชิกลุ่ม
- การทำน้ำหมักชีวภาพและสารขับไล่แมลงชีวภาพน้ำส้มควันไม้ ขายให้กับสมาชิกในราคาถูก และแนะนำวิธีใช้ที่ถูกต้องให้กับเกษตรกรสมาชิก
- จัดหาเงินทุนเพิ่มให้เพียงพอต่อความต้องการของสมาชิก
- ส่งเสริมให้มีการทำอาชีพเสริม
แนวทางการระดมทุน
การจัดการเงินทุน พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการและสมาชิกให้รู้จักบทบาทหน้าที่ มีความรับผิดชอบ และปฏิบัติตามกฎระเบียบเพื่อให้สมาชิกสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น ลดปัญหาหนี้สินซ้ำซ้อน
กระบวนการคิดในการแก้ไขปัญหา
จากปัญหาเกษตรกรมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น ราคาผลผลิตเองก็ตกต่ำ จึงมีแนวคิดทำโรงสีชุมชน เพื่อแปรรูปข้าว เพิ่มมูลค่าข้าวให้สูงขึ้น ผลิตข้าวปลอดสารพิษ โดยชุมชนกำหนดราคาเอง ติดต่อหางบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ และผลักดันเป็นวิสาหกิจชุมชน
องค์ความรู้ที่โดดเด่น
- การทำน้ำหมักชีวภาพ
- การทำนาแบบครบวงจร
ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.
