การศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 4
สถานภาพ สมรส กับนายหลุย หนาดสำโรง มีธิดา 2 คน
ผลงานดีเด่น
ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค
เกิดขึ้นจากปลูกพืชเกษตรจำหน่ายแล้วราคาไม่แน่นอน และตกต่ำอยู่เสมอ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงได้ปรับเปลี่ยนหันมาทดลองปลูกไม้ยูคาลิปตัส โดยเริ่มตั้งแต่การทดลองเพาะชำกล้าไม้เองแล้วปลูกบางส่วนที่เหลือก็จำหน่ายกล้าไม้สู่ตลาดก่อให้เกิดรายได้ดีพอสมควร ทำให้มีทุนในการปลูกสร้างสวนป่าเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจากการปลูกยูคาลิปตัสเกษตรกรพบว่าเป็นไม้ที่คุ้มค่ากับการลงทุน ปลูกแล้วตัดได้หลายรอบรายได้ดี จึงได้แนะนำเพื่อนบ้านให้หันมาปลูกไม้ชนิดนี้ด้วยเช่นกัน ในระยะแรกไม่มีผู้ให้คำแนะนำหรือให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกสวนป่า จึงเริ่มทดลองด้วยตนเอง ตั้งแต่การเพาะชำกล้าไม้แบบลองผิดลองถูกจนสามารถเพาะชำกล้าไม้ยูคาลิปตัสได้ จากนั้นก็เริ่มทดลองปลูกและบำรุงรักษาเองเรื่อยมา โดยในแต่ละแปลงปลูกยูคาลิปตัสจะทำการบำรุงดูแลรักษา แผ้วถางวัชพืชและทำแนวกันไฟเสมอ รวมทั้งมีการพัฒนาหาความรู้ให้กับตนเองอยู่เสมอโดยเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ จากหน่วยงานของกรมป่าไม้
ผลงานและความสำเร็จ
ได้ดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าไปแล้ว เนื้อที่ประมาณ 341 ไร่ ดังนี้
- ปี พ.ศ. 2536-50 ปลูกยูคาลิปตัส ในเนื้อที่ 335 ไร่
- ปี พ.ศ. 2542 ปลูกยางนา แดง ประดู่ ตะเคียนทอง ในเนื้อที่ 38 ไร่
โดยต้นยางนา ประดู่ แดง และตะเคียนทอง ปลูกแบบผสมผสานระยะปลูก 3x3 เมตร มีการเจริญเติบโตที่ดี เปอร์เซ็นต์การรอดตายสูง ลำต้นเปลาตรง ขณะนี้เกษตรกรอยู่ระหว่างการลิดกิ่งตัดสางขยายระยะ และจัดการสวนป่าใหม่ ส่วนยูคาลิปตัสจะปลูกแบบเดี่ยวระยะแรกเพาะชำกล้าไม้ปลูกด้วยตนเองโดยใช้เมล็ด แต่ปัจจุบันใช้กล้าไม้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแทนระยะปลูก 2x3 เมตร การดูแลสวนป่าก็ทำการลิดกิ่ง ตัดแต่งหน่อยูคาลิปตัสที่แตกออกมาภายหลังการตัดฟันจำหน่าย ใบที่ร่วงหล่นลงมาเกษตรกรก็ปล่อยให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยเพิ่มความอุดสมบูรณ์ของดินอีกด้วย ดังนั้นการใช้ประโยชน์หรือผลตอบแทนจากสวนป่าเกษตรกรจะมีรายได้จากการบำรุงดูแลรักษา ตัดไม้โตเร็วยูคาลิปตัสจำหน่ายสร้างรายได้หมุนเวียนในครอบครัวประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อปี เกษตรกรมีความเชื่อมั่นในการประกอบอาชีพปลูกสวนป่าเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการปลูกยูคาลิปตัส เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ที่ดีให้เกษตรกรเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกพืชไร่ อนาคตตลาดมีความต้องการผลผลิตจากไม้ยูคาลิปตัส เนื่องจากอุตสาหกรรมไม้โตเร็วมีการขยายตัวสูง ดังนั้นอาชีพปลูกสวนป่าจึงน่าจะมีความยั่งยืนและมั่นคงในอนาคต
ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อส่วนรวม
เกษตรกรได้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านป่าไม้แก่ชุมชนอยู่เสมอ ในหัวข้อการประชาสัมพันธ์งานด้านป่าไม้ การเพาะชำกล้าไม้ และเทคนิคการปลูกป่าเป็นอาชีพ ณ ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ที่ 4 (นครราชสีมา) และตามสถานที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ ในพื้นที่ ชักจูงให้เพื่อนเกษตรกรปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชไร่มาปลูกไม้โตเร็ว รวมทั้งให้คำแนะนำปรึกษาต่าง ๆ ด้วย นอกจากนี้เกษตรกรยังได้รับรางวัลแม่ตัวอย่างของอำเภอครบุรี ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชาวครบุรี และยังเป็นผู้นำในการนำกลุ่มสตรีเพื่อช่วยเหลือในการสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ เกษตรกรมีความกระตือรือร้นในการศึกษาหาความรู้ในเรื่องการปลูกไม้ จะเห็นได้จากเข้ามาปรึกษาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พร้อมทั้งเข้าร่วมการอบรมต่าง ๆ ทำให้เกษตรกรมีความรู้และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปลูกสวนป่าให้ผู้สนใจได้ทราบ โดยใช้พื้นที่ปลูกสวนป่าของตนเองเป็นสถานที่ศึกษาดูงานด้วย จึงได้รับรางวัลนักประชาสัมพันธ์ดีเด่น สาขาการปลูกป่า จากกรมป่าไม้เมื่อปี พ.ศ. 2541 โดยประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่เกษตรกรในการปลูกป่าเสมอ รวมทั้งได้รับรางวัลบุคคลตัวอย่างของอำเภอครบุรี โดยบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมให้การสนับสนุนแก่รัฐ โรงเรียน สนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ผลประโยชน์ทางตรงจากสวนป่าที่ได้รับ คือ การมีรายได้จากการขายไม้สวนป่า เป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศและเพิ่มปริมาณไม้ใช้สอยให้มากขึ้น เป็นการช่วยลดการบุกรุกตัดไม้ในป่าธรรมชาติได้เป็นอย่างมาก ส่วนผลประโยชน์ทางอ้อมของสวนป่าเป็นการสร้างความร่มรื่น ชุ่มชื้นให้สภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี โดยสวนป่าเป็นระบบนิเวศน์ที่มีความสลับซับซ้อนมากกว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยว หากปลูกพืชหลายชนิดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ก็จะมากตามไปด้วย สวนป่าของเกษตรกรถือได้ว่ามีความสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง สวนป่าของเกษตรกรถือได้ว่ามีความสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด ถึงแม้สวนป่าจะมีพื้นที่ไม่กว้างใหญ่นัก ก็สร้างความชุ่มชื้นร่มเย็นให้กับสภาพแวดล้อมได้มาก ช่วยลดความรุนแรงของกระแสลม และกระแสน้ำไหลบ่าหน้าดินได้เป็นอย่างดี การดำเนินกิจกรรมในสวนป่าอย่างนักอนุรักษ์มีการใช้ปุ๋ยคอกแทนปุ๋ยเคมี มีการปลูกป่าแบบผสมจึงเป็นการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพอีกทางหนึ่ง
จากประวัติและผลงานการปลูกสร้างสวนป่าที่ประสบความสำเร็จตลอดจนการเสียสละและอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของนางมุกดา หนาดสำโรง จึงสมควรได้รับประกาศเกียรติคุณให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพปลูกสวนป่า ประจำปี พ.ศ. 2551 เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรรายอื่น และเป็นเกียรติของวงศ์ตระกูลสืบไป
ที่มา:กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2551, 2551.
