แนวคิดในการทำเกษตรกรรมยั่งยืน
ในอดีตครอบครัวนางวรรณศรีทำการเกษตรแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยวคือ ข้าวโพด ปี 2550 เริ่มทำนาข้าวด้วย แต่ยังใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ ปี 2551 เริ่มปรับเปลี่ยนมาเป็นนาอินทรีย์ เพราะคิดว่าการทำเกษตรแบบพึ่งพาสารเคมีไม่สามารถพึ่งตนเองได้ ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมีและยาปราบวัชพืช เมื่อขายผลผลิตพบว่าต้นทุนในการผลิตสูงมากแทบจะไม่เหลือรายได้ในครอบครัว จากปัญหาดังกล่าวครอบครัวจึงปรับเปลี่ยนมาทำนาอินทรีย์และปลูกพืชหลังนามาจนถึงปัจจุบัน พัฒนาเทคนิคการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมักแบบกอง ปุ๋ยหมักในคอกวัว จุลินทรีย์ท้องถิ่น ผลที่เกิดต้นข้าวสมบูรณ์แข็งแรงกว่าการใช้ปุ๋ยเคมี เกิดแนวคิดในครอบครัว "การทำนาอินทรีย์ ไม่ต้องพึ่งระบบการตลาด ร้านเคมีพันธุ์ เมล็ดพันธุ์"
ที่สำคัญแปลงของครอบครัวนางวรรณศรียังมีการพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นบ้านด้วยตนเอง มีเมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นของตนเอง ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในเรื่องของเมล็ดพันธุ์และสามารถแลกเปลี่ยนแบ่งปันเพื่อนบ้านและผู้สนใจ
รูปแบบ/ระบบการผลิต
- ทำการผลิตแบบสวนผสมผสานในแปลงนามีการปลูกข้าว ปลูกพืชผักหลังนา และวางระบบน้ำ (ระบบกาลักน้ำ พลังงานสะอาด)
- การทำนาอินทรีย์ การพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นบ้านด้วยตนเองเพื่อลดการพึ่งปัจจัยภายนอก พึ่งพาตนเองได้ในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ เทคนิคการขยายพันธุ์และการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าว
ความรู้กระบวนการเรียนรู้
- การทำนาอินทรีย์
- การพัฒนาพันธุ์ข้าวและการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์
- การทำน้ำหมักชีวภาพ/ปุ๋ยหมักชีวภาพ
- การทำจุลินทรีย์ท้องถิ่น
- การทำน้ำยาเอนกประสงค์
ความสำเร็จ/ผลที่ได้รับ/จุดเด่น
- ชุดความรู้การทำนาอินทรีย์และการพัฒนาพันธุ์ข้าวทั้งการเพาะขยายพันธุ์และการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์
- ชุดความรู้และเทคนิคการผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ทั้งในรูปแบบแห้งและน้ำ
- ชุดความรู้การทำน้ำยาเอนกประสงค์ไว้ใช้เองในครอบครัวทั้งน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า สบู่ ฯลฯ
