การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชลบุรีราษฎร์บำรุง
สถานภาพ สมรสกับนางชม้อย พวงภู่ มีบุตรชาย 1 คน
ผลงานดีเด่น
การทำนาของนายดิลกจะใช้เทคนิคการปรับพื้นที่นาให้สม่ำเสมอเพื่อการจัดการที่ดี มีการไถในลักษณะเวียนซ้าย และเวียนขวาสลับกันปีต่อปีเพื่อให้พื้นที่นาเสมอ พร้อมทั้งปรับพื้นที่ให้เรียบด้วยเครื่องมือที่ได้เรียกเฉพาะว่า "อีทุบ" หรือกระดานรูดเทือก ซึ่งนายดิลกได้ผลิตขึ้นเองให้เหมาะสมกับแปลงนาดินทรายของตน นอกจากนี้ยังได้ประยุกต์ใช้ถังแก๊สชักร่องระบายน้ำในแปลงนาหว่านน้ำตมแทนการไถ และมีการใช้ท่อ PVC และข้องอสำหรับควบคุมระดับน้ำในแปลงนา และป้องกันการกัดเซาะคันนาดินทรายอีกด้วย
ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน
นายดิลก พวงภู่ เริ่มอาชีพทำนาเมื่อปี 2536 พื้นที่นา 3 ไร่ ปัจจุบันมีพื้นที่ทำนา 107 ไร่ (ของตนเอง 15 ไร่ เช่า 92 ไร่) จากพื้นที่ถือครองที่ดินจำนวน 138 ไร่ (ของตนเอง 25 ไร่ เช่า 113 ไร่) มีการวางแผนการผลิตตามความต้องการของตลาดและตามภูมิศาสตร์ของพื้นที่ สภาพแปลงนาของนายดิลกเป็นดินทราย อยู่ในเขตนาน้ำฝน เป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมขังซ้ำซาก และเป็นทางน้ำธรรมชาติไหลผ่าน สร้างปัญหาในการประกอบอาชีพการเกษตรตลอดมา จึงได้หาแนวทางแก้ไขด้วยการทำคันนาขนาดใหญ่เป็นพิเศษ กว้าง 3-4 เมตร สูง 2 เมตร และขุดร่องน้ำขนาดใหญ่เป็นพิเศษ กว้าง 3-4 เมตร สูง 2 เมตร และขุดร่องน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบแปลงนา มีการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้นบนคันนา ขณะเดียวกันในร่องน้ำใช้เก็บกักน้ำไว้ใช้ทำการเกษตรและยังได้เลี้ยงปลาซึ่งสามารถเป็นอาหารและสร้างรายได้อีกด้วย จึงเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรในพื้นที่ข้างเคียงในการร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาพื้นที่ ส่วนฟางข้าวก็ได้นำมาสร้างเป็นรายได้ โดยจัดทำโครงการ อัดฟางเพื่อชุมชน มีการระดมทุนเพื่อซื้อเครื่องอัดฟางข้างให้บริการอัดฟางข้าวในพื้นที่เพื่อเก็บไว้ใช้ในครัวเรือน และจำหน่ายเป็นรายได้เสริม (150-180 บาท/ไร่)
แนวคิดในการทำงาน
นำพาครอบครัวสู่วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพและปลอดภัย สร้างความมั่นคงของครอบครัวด้วยอาชีพทำนา และสร้างความเชื่อถือและเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคด้วยคุณภาพของสินค้าที่ผลิต
ผลงานและความสำเร็จของผลงาน
นายดิลก พวงภู่ เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทำนาโดยไม่เคยมีภาระหนี้สินจากนายทุนหรือสถาบันการเงินใดๆ เลย มีรายได้จากการปลูกข้าวต่อปี 549,480 บาท จากผลผลิต 46,300 กิโลกรัม จากพื้นที่ปลูกข้าว 107 ไร่ ปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 70 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 450-480 กิโลกรัมต่อไร่ (ค่าเฉลี่ยของชุมชน 400 กิโลกรัมต่อไร่) โดยขายเป็นข้าวสารให้แก่ชุมชน และข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 จำนวน 22 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 900 กิโลกรัมต่อไร่ (ค่าเฉลี่ยของชุมชน 800 กิโลกรัมต่อไร่) และปลูกข้าวเหลืองประทิว 123 จำนวน 37 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 400 กิโลกรัมต่อไร่ (ขายข้าวเปลือก 12,000 บาทต่อตัน) การทำนาของนายดิลกใช้ทั้งวิธีการหว่านและปักดำ โดยจะต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำในแต่ละปี โดยการทำนาหว่าน 2 ปี สลับกับนาดำ 1 ปี เพื่อเป็นการป้องกันกำจัดข้าววัชพืชในแปลงนา อัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ 5 กิโลกรัมต่อไร่ และนาหว่าน 15 กิโลกรัมต่อไร่ มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยการไถกบลตอซัง การใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยคอกทดแทนการใส่ปุ๋ยเคมี มีการป้องกันกำจัดศัตรูข้าวโดยชีววิธี ทดแทนการใช้สารเคมีกำจัด เช่น ผลิตน้ำสกัดชีวภาพด้วยหอยเชอรี่ใช้เอง สามารถลดการระบาดของหอยเชอรี่ในนาข้าวได้ มีการผลิตข้าวที่ถูกหลักการเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวได้มาก และยังได้ผลผลิตข้าวที่ปลอดภัยจากสารพิษด้วย
มีการจัดเก็บสถิติปริมาณน้ำฝนของแต่ละปี เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนกำหนดระยะเวลาการปลูกข้าวให้เหมาะสมกับพื้นที่ และพบว่าระยะเวลาที่เหมาะสมของตำบลหนองปรือ คือ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ปลูกปลายกรกฎาคมต่อสิงหาคม และข้าวเหลือประทิว 123 ปลูกปลายพฤษภาคมของทุกปี ด้านการจัดการผลผลิต การตลาด เช่น ข้าวเหลือประทิว 123 ได้ติดต่อ และรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อขาวข้าวเปลือกให้กับศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ไก่พื้นเมืองทั้งหมด ทำให้มีตลาดรองรับที่แน่นอน โดยในปี 2551/52 ขายได้ 280 ตันๆ ละ 12,000 บาท มูลค่า 3,360,000 บาท นับเป็นการร่วมกันแก้ปัญหา ราคาข้าวของชาวนาตำบลหนองปรือ สำหรับข้าวขาวดอกมะลิ 105 จะเก็บในยุ้งฉางของตนแล้วนำออกมาสีทุกๆ 10 วัน จำหน่ายเป็นข้าวสารเพื่อให้ลูกค้าในชุมชนได้กินข้าวใหม่ ที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด 4-5 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีการหมุนเวียนใช้ปัจจัยการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อลดต้นทุนการผลิต อีกทั้ง พื้นที่การเกษตรของนายดิลก จัดเป็นแปลงเรียนรู้ของเกษตรกรในตำบลหนองปรือ และมีเกษตรกรนำรูปแบบไปพัฒนาพื้นที่ของตนเองแล้วหลายราย นับได้ว่าเกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ
ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่างๆ
นายดิลก พวงภู่ มีตำแหน่งในด้านสังคมและชุมชนมากมาย อาทิ เป็นสมาชิกองค์การบริการส่วนตำบลหนองปรือ หมู่ที่ 3 ประธานกองทุนหมู่บ้าน ประธานศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ตำบลหนองปรือ ประธานศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนจังหวัดชลบุรี คณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับเขต คณะกรรมการกลางศูนย์ชุมชนระดับประเทศ ประธานอาสาสมัครเกษตรกรตำบลหนองปรือ และอาสาสมัครฝนหลวงจังหวัดชลบุรี ผู้นำอาชีพก้าวหน้าของจังหวัดชลบุรี ประธานกองทุนหมู่บ้านและเป็นคลังสมองของชุมชนในการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านและตำบลหนองปรือ
นอกจากนี้ยังเป็นวิทยากรอบรมให้กับเกษตรกรอีกมากมาย เช่น ปราชญ์ชาวบ้านด้านการผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 เป็นวิทยากรโครงการภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้นำอาชีพก้าวหน้า โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นวิทยากรถ่ายทอดวิถีชีวิตการทำนาให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดหนองปรือ และเป็นวิทยากรการทำ KM ข้าว ให้กับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอพนัสนิคม สำนักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี เป็นวิทยากรประจำจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 และยังเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานต่างๆ เช่น กศน. สถานีพัฒนาที่ดิน ฯลฯ
นายดิลก พวงภู่ เป็นผู้นำในการจัดตั้งกลุ่มเพื่อรองรับการพัฒนาจากหน่วยภาครัฐและองค์กรเอกชน โดยเตรียมความพร้อมของตนเอง เพื่อเกษตรกรและชุมชนในการรองรับการพัฒนา เช่น เป็นประธานศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำตำบลหนองปรือ และกองทุนหมู่บ้าน ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ได้รับงบประมาณ 2 ล้านบาทจากกรมพัฒนาที่ดินในการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจำนวน 18 แปลง 220 ไร่ (เกษตรกร 18 ราย) เป็นต้น
เป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจและเชื่อถือของสมาชิกในกลุ่มที่ปลูกข้าวเหลือประทิว123 ตำบลหนองปรือ ให้เป็นผู้แทนในการดำเนินการจำหน่ายข้าวเหลือประทิว123 ให้กับศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ไก่พื้นเมืองและเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการก่อสร้างศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองปรือ โดยการจัดหาอุปกรณ์ก่อสร้างในพื้นที่ เสียสละทรัพย์ของตนเอง และรวบรวมเงินบริจาคในตำบล รวมทั้งการออกแบบและดำเนินการก่อสร้างด้วยตนเองเป็นเวลา 4 ปี จนในปีนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดเพื่อก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์และยังเป็นผู้นำร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ข้าวชุมชนตำบลหนองปรือ ดำเนินการจัดทำแปลงข้าวสาธารณะที่โรงเรียนวัดหนองปรือตั้งแต่ปี 2544 ได้ผลผลิตเฉลี่ย 3 ตันต่อปี มอบเป็นทุนอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนในโรงเรียน และนักเรียนได้เรียนรู้วิธีการทำนาด้วย นอกจากนี้ ข้าวเปลือกเกวียนแรกในแต่ละปีจะสีและบริจาคให้เพื่อบ้าน ผู้สูงอายุ ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 10 ปี
ผลงานดีเด่นที่ได้รับรางวัล
- รางวัลคนดีศรีเมืองชล สาขาการเกษตร ปี 2548
- รางวัลผู้นำองค์กรเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น ปี 2548 (รับจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ)
- เกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด สาขาอาชีพทำนา ประจำปี 2548 และปี 2551
- รางวัลเกษตรกรดีเด่นระดับเขต สาขาอาชีพทำนา ประจำปี 2551
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายดิลก พวงภู่ ได้มีการปรับปรุงบำรุงดิน เช่น ลดการใช้ปุ๋ยเคมีเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยพืชสด เพื่อปรับสภาพพื้นที่ และมีการปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันการพังทลายของคันดินรอบร่องน้ำ และลำคลองธรรมชาติ มีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชด้วยชีววิธีทดแทนการใช้สารเคมี ซึ่งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเป็นสินค้าที่ปลอดภัยต่อครอบครัวและผู้บริโภค อีกทั้ยังมีการปลูกพืช เช่น กล้วยน้ำว้า มะขามเทศ และมะกอกน้ำ สำหรับเป็นอาหารและที่อยู่อาศัยให้นกและผึ้งที่มีอยู่ตามธรรมชาติเพื่อป้องกันการกำจัดศัตรูพืชและช่วยผสมเกสรไม้ผลในสวน นับเป็นการรักษาระบบนิเวศที่ดีด้วย
นอกจากนี้ยังร่วมรณรงค์ไม่เผาตอซัง เพื่อลดภาวะโลกร้อน และลดฝุ่นละอองในอากาศ โดยการไถกลบตอซัง การใช้ฟางข้าวเป็นวัสดุคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น และใช้เครื่องอัดฟ่อนฟางข้าว พร้อมชักชวนเพื่อนบ้านให้เห็นถึงประโยชน์ของฟางข้าวที่สามารถสร้างรายได้ให้อย่างน่าพอใจด้วย
ที่มา: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2552", 2552.
