การศึกษา จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (ม.ศ.5)
สถานภาพ สมรส กับนางอุดม แก้วไพฑูรย์ มีธิดา 2 คน
ผลงานดีเด่น
ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค
นายบุญส่วน แก้วไพฑูรย์ ประกอบอาชีพการเกษตรมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เริ่มต้นจากการปลูกพืชไร่ ทำนา และเลี้ยงโค แต่ประสบปัญหาขาดทุน มีหนี้สิน จึงพยายามค้นหากิจกรรมที่จะสามารถเลี้ยงชีพได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน จนกระทั่งได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานการผลิตมะม่วงที่อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา จึงได้ตัดสินใจทำสวนมะม่วงเป็นอาชีพ ระยะแรกทดลองปลูกมะม่วงในพื้นที่ 8 ไร่ หลังจากที่ศึกษาการเจริญเติบโต และความต้องการของตลาดแล้วจึงเพิ่มพื้นที่ปลูกขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับหาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อปรับปรุงการผลิตมะม่วงให้ดียิ่งขึ้น จากนั้นในปี พ.ศ. 2547 ได้สมัครเข้าสู่ระบบการจัดการคุณภาพ GAP พืช เพื่อขอรับรองแหล่งผลิตมะม่วง กับสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 กรมวิชาการเกษตร จนได้รับการรับรองแหล่งผลิต GAP มะม่วง และได้รับสัญลักษณ์ Q เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2548 รหัส กษ 03-02-3609-9292-125 และได้รับการตรวจติดตามต่ออายุ Q จนถึงปัจจุบัน
ผลงานและความสำเร็จ
- การจัดการสุขลักษณะของสวน เป็นสวนมะม่วงขนาด 49 ไร่ มีการจัดทำประวัติแปลงปลูก แผนผังแปลงปลูก มีการจัดการตัดแต่งกิ่งและกำจัดวัชพืชตามช่วงเวลาที่เหมาะสม แหล่งน้ำเป็นสระขุดห่างจากคอกสัตว์และโรงเก็บสารเคมีบริเวณขอบสระมีคันดินล้อมรอบป้องกันน้ำเสียไหลลงสระ มีโรงเก็บสารเคมี ปุ๋ยเคมี น้ำหมักชีวภาพ และวัสดุทางการเกษตรแยกเป็นหมวดหมู่
- มีอุปกรณ์การเกษตรเหมาะสมและเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน มีสถานที่เก็บรักษาปลอดภัย และง่ายต่อการนำไปใช้ รวมทั้งมีการตรวจซ่อมบำรุงรักษาเครื่องมืออยู่เสมอ
- มีการจัดหารและจัดทำรายการปัจจัยการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ปุ๋ย และสารเคมีทางการเกษตรจากร้านจำหน่ายที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้
- มีการปฏิบัติและควบคุมการผลิตตามแบบการผลิต GAP มะม่วง เพื่อให้ได้มะม่วงที่มีคุณภาพมาตรฐาน คือ ควบคุมให้มีการถ่ายเทอากาศได้ดีในบริเวณทรงพุ่ม ป้องกันการระบาดของราดำเพื่อให้ได้ผิวผลสวย เก็บเกี่ยวด้วยตะกร้อป้องกันการหล่นกระแทกและตัดขั้วผลยาวเพื่อป้องกันยางไหลเปื้อนผล เก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสม ปลอดภัยจากสารพิษ เนื่องจากงดการใช้สารเคมีตั้งแต่ระยะผลอ่อน และปลอดศัตรูพืชโดยการคัดเลือกตรวจสอบผลผลิตก่อนบรรจุมะม่วงลงกล่อง
- มีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การแบ่งแปลงผลิตมะม่วงนอกฤดู การราดสาร การตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย การป้องกันกำจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
จากการปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ GAP ทั้ง 5 ขั้นตอน ทำให้มะม่วงได้คุณภาพมาตรฐานปลอดภัยและปลอดศัตรูพืช เป็นที่เชื่อมันและเป็นที่ต้องการของคู่ค้าและผู้บริโภค โดยหลังการเข้าสู่ระบบจัดการคุณภาพ GAP มะม่วง พบว่ามียอดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ดังปรากฏตามตาราง
สรุปรายรับ-รายจ่าย ปี 2548-2550
ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อส่วนรวม
- เป็นผู้นำอาชีพก้าวหน้า จังหวัดขอนแก่น ปี พ.ศ. 2542 และเป็นเกษตรกรดีเด่นอาชีพทำสวนระดับจังหวัด ปี พ.ศ. 2548
- เป็นประธานเครือข่ายมะม่วงจังหวัดขอนแก่น และเป็นประธานกลุ่มมะม่วงบ้านแฮด
- เป็นคณะกรรมการสหพันธ์ชาวสวนมะม่วงแห่งประเทศไทย
- เป็นหมอดินอาสาและอาสาสมัครเกษตรระดับอำเภอ
- เป็นคณะกรรมการต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อให้ดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ไม่น้อยกว่า 5 คณะ
- เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้สนใจทั่วไป โดยให้สวนมะม่วงเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับการผลิตมะม่วงนอกฤดู
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้น้ำสกัดชีวภาพจากสมุนไพร หรือเศษวัสดุเหลือใช้ที่หาได้ในท้องถิ่น
- มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลง เป็นการรักษาสมดุลของดิน
- มีการใช้เศษพืช กิ่ง ใบ จากการตัดแต่งกิ่ง คลุมโคนต้นมะม่วง เพื่อรักษาความชื้นในดิน รวมทั้งเศษหญ้าที่ตัดลงในแปลงปล่อยให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ
- ไม่ไถพรวนดินเพราะการไถพรวนจะทำให้หน้าดินถูกน้ำพัดพาเอาธาตุอาหารไปด้วย
- มีการเลี้ยงวัว จำนวน 12 ตัว เพื่อใช้กำจัดวัชพืชรอบแปลงมะม่วงและยังได้มูลสัตว์ไว้ทำปุ๋ย เป็นการลดต้นทุนการผลิตอีกทางหนึ่ง และช่วยอนุรักษ์ดินให้มีสภาพที่ดีเหมือนในอดีต
ที่มา:กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2551, 2551.
