การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 3
สถานภาพ สมรส กับนางสุรีรัตน์ หงศ์รัตน์ มีบุตรธิดา 2 คน
ผลงานดีเด่น
ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค
- เริ่มต้นจากการศึกษาการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำจากเอกสาร เห็นว่าเป็นอาชีพที่มีอนาคต ก็เริ่มต้นซื้อฟาร์ม จำนวน 30 ไร่ ในปี พ.ศ. 2528 เพื่อลงทุนขุดบ่อเลี้ยงกุ้ง ในระยะแรกประสบปัญหา เช่น อาหารกุ้งอัดเม็ดไม่มี ต้องใช้อาหารสดแทน ขาดแคลนผู้รวบรวม ต้องจ้างรถไปขายเอง ขาดระบบการจับกุ้ง ต้องคิดค้นวิธีการจับด้วยตนเอง หลักจากเลี้ยงไปได้ 2-3 ปี เกิดกระแสเลี้ยงกุ้งกันมากขึ้น ในอนาคตน้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้งจะหมดไป จึงเริ่มเลี้ยงระบบปิด ในปี พ.ศ. 2532 โดยการใช้น้ำเพียงครั้งเดียวตลอดการเลี้ยง
- ปัจจุบันได้พัฒนาระบบการเลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือ ระบบการเลี้ยงแบบกุ้งอินทรีย์ ปราศจากสารเคมีตลอดสายการผลิต และมีระบบวิธีการเลี้ยงกุ้งแบบไม่เอาเลนออก แต่นำมาใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535
- เป็นผู้ค้นพบและริเริ่มการนำสาหร่ายไส้ไก่ ตั้งแต่มาใช้เป็นอาหาร และสร้างห่วงโซ่อาหารธรรมชาติในการเลี้ยงกุ้งเป็นรายแรกของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2537
- ในปี พ.ศ. 2546 ประสบปัญหาการขาดแคลนลูกกุ้งที่มีคุณภาพ จึงเริ่มต้นทำโรงเพาะฟักลูกกุ้งขึ้น มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ประกอบด้วย บ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ 3 บ่อ โรงเพาะพันธุ์และวางไข่ บ่ออนุบาลลูกกุ้ง 42 บ่อ ห้อง lab เพาะหัวเชื้อสาหร่าย 3 ห้อง บ่อเก็บน้ำ 9 บ่อ
ผลงานและความสำเร็จ
- เป็นผู้ริเริ่มการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 จากเนื้อที่เพียง 30 ไร่ พัฒนาเรื่อยมาจนปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 1,400 ไร่ เป็นบ่อเลี้ยง 133 บ่อ บ่อพักน้ำ 4 บ่อ บ่อบำบัดน้ำตามแนวพระราชดำริ 1 บ่อ โรงเพาะฟักลูกกุ้ง และโรงผลิตอาหารกุ้ง
- ผลผลิตปี พ.ศ. 2550 จำนวน 100 ตัน มูลค่า 20 ล้านบาท เฉลี่ยกิโลกรัมละ 200 บาท
- คิดค้นวิธีอนุบาลลูกกุ้งและฆ่าเชื้อโรคโดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะและสารเคมี ซึ่งใช้วิธีการควบคุมอุณหภูมิในการอนุบาล
- ได้รับมาตรฐานการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ CoC จากกรมประมง
- เป็นฟาร์มนำร่องของกรมประมง ในโครงการตรวจสอบย้อนกลับการผลิตกุ้งกุลาดำคุณภาพ ตลอดสายการผลิตโดยใช้คอมพิวเตอร์
- คิดค้นสูตรอาหารกุ้งกุลาดำอินทรีย์ และทำอาหารกุ้งอินทรีย์ใช้ภายในฟาร์มของตนเอง
- สร้างแบรนด์สินค้าเป็นของตนเอง ในชื่อ SOP ย่อมาจาก Sureerath Organic Prawns
- พัฒนาระบบการเลี้ยงกุ้งระบบอินทรีย์ และได้รับการรับรองจาก Naturland ประเทศ Germany รายแรกของประเทศไทย
- ออกบูธงานแสดงสินค้าอาหารอินทรีย์ BioFach ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อแสดงศักยภาพการผลิตสินค้ากุ้งอินทรีย์ของประเทศไทย
- รางวัลเกษตรกรดีเด่นด้านประมงจาก FAO (Food and Agriculture Organization) เนื่องในวันอาหารโลกประจำปี 2549
ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อส่วนรวม
- เป็นกรรมการสุขาภิบาล ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ 3 สมัย
- เป็นนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ 1 วาระ
- เป็นศูนย์การเรียนรู้ระบบการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ
- ก่อตั้ง “สมาพันธุ์ผู้เลี้ยงกุ้งอินทรีย์แห่งภาคตะวันออก”เพื่อวางรากฐานกรผลิตกุ้งอินทรีย์ของประเทศไทย ปัจจุบันมีสมาชิกเครือข่าย จำนวน 14 ราย
- ทำงานวิจัยร่วมกับกรมประมง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- เป็นฟาร์มตัวอย่างให้นักวิชาการประเทศเกาหลี เพื่อนำระบบการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ของสุรีรัตน์ฟาร์ม ไปออกแบบร่างมาตรฐานกุ้งอินทรีย์ และให้สัมภาษณ์ตีพิมพ์ลงนิตยสารต่างประเทศ รวมทั้งเป็นสถานที่ถ่ายทำสารคดีให้กับสถานีโทรทัศน์จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อเผยแพร่ในกลุ่มประเทศ EU
- เป็นวิทยากรในงานสัมมนาวิชาการต่าง ๆ เกี่ยวกับกุ้งทั่วประเทศ
- เขียนหนังสือเรื่อง “ถอดรหัสกุลาดำ”จำหน่ายเพื่อนำรายได้ทั้งหมดมอบให้แก่โรงพยาบาลแหลมสิงห์เพื่อใช้ในโครงการต่อท่อออกซิเจนและเชื่อมอาคารในโรงพยาบาล
- มอบลูกกุ้งคุณภาพให้แก่โครงการพระราชดำริคุ้มกระแบน เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกร
- ร่วมกับนายอำเภอแหลมสิงห์ ถ่ายทอดวิธีการเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกร
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ปลูกสวนผลไม้และพืชสวนครัวปลอดสารพิษ เพื่อรับประทานภายในฟาร์มมากกว่า 5,000 ต้น
- ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะและสารเคมีในการเลี้ยงกุ้งมาเป็นเวลาร่วม 10 ปี
- ไม่ฉีดเลนลงแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยใช้ระบบตากเลนให้กลับมาเป็นปุ๋ยของแพลงก์ตอน
- ปล่อยกุ้งบาง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
- เป็นวิทยากรของกรมควบคุมมลพิษที่จังหวัดตรัง เพื่ออบรมส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้แนวทางธรรมชาติในการเลี้ยงกุ้ง เพื่อความยั่งยืนของธรรมชาติ
- มอบลูกกุ้งคุณภาพให้แก่โครงการพระราชดำริคุ้งกระเบน เพื่อนำไปปล่อยแหล่งน้ำสาธารณะ
- สร้างระบบบำบัดน้ำด้วยวิธีตามธรรมชาติ ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตามหลักการของเกษตรอินทรีย์มาใช้บำบัดน้ำในการเลี้ยงกุ้ง
- เข้าร่วมโครงการลดการใช้พลังงานในการเลี้ยงกุ้ง
- รางวัลกุ้งทองปี พ.ศ. 2550 โดยชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี ในฐานะที่เป็นผู้เลี้ยงกุ้งดีเด่น ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของการเลี้ยงกุ้ง
ที่มา:กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2551, 2551.
