แนวคิด/ความเป็นมา
เป็นเกษตรกรที่ทำนาเชิงเดี่ยวโดยใช้ปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมากและเพิ่มปริมาณการใช้เพื่อให้ได้ผลผลิตมาก ๆ นอกจากนั้นยังปลูกผัก เช่น มะเขือและถั่วฝักยาว เพื่อขายโดยใช้สารเคมีกำจัดแมลงอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เมื่อใช้สารเคมีมากผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้ร่างกายมีสุขภาพทรุดโทรม มีทุกข์มาก ทำให้เริ่มคิดหาทางเลือก จนได้สมัครเข้าร่วมกับกลุ่มเกษตรธรรมชาติตำบลทมอ จึงเลิกใช้สารเคมีและหันมาทำนาอินทรีย์และเกษตรผสมผสานอย่างเต็มรูปแบบ
รูปแบบ/ระบบการผลิต
ระบบการเกษตรเป็นการผลิตแบบไม่ใช้สารเคมีในทุกพื้นที่และในทุกกิจกรรมการผลิต โดยให้ความสำคัญกับการสร้างแหล่งอาหารให้พอเพียง การทำการผลิตแบบผสมผสาน การอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์คุณภาพดี โดยมีรูปแบบกิจกรรมหลัก ๆ คือ
- นาอินทรีย์สวนผสมผสาน เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างการทำนาอินทรีย์และสวนผสมผสาน มีพื้นที่ส่วนหนึ่งขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำ โดยพืชสวนที่ปลูกแบ่งเป็นพืช 3 ลักษณะ คือ (ก) พืชระยะยาว เช่น มะม่วง มะพร้าว ฝรั่ง ขนุน ส้มโอ มะนาว มะไฟ (ข) พืชระยะกลาง เช่น ชะอม ผักเม็ก ผักติ้ว กล้วย มะละกอ น้อยหน้า (ค) พืชระยะสั้น เช่น พริก มะเขือ กระชาย ข่า บวบ ผักปัง เป็นต้น
- สวนผสมผสานดังเดิมบริเวณบ้าน ซึ่งปลูกพืชต่างระดับ ได้แก่ มะพร้าว หมาก มะม่วง มะกรูด มะนาว มะละกอ มะม่วงพื้นบ้าน หม่อน พริก บุก เผือก สับปะรด ไพร ข่า ขิง กระชาย เป็นต้น
- สวนไม้ผล มีพืชหลักสองชนิด คือ มะพร้าวและมะม่วง มีพื้นที่บางส่วนปล่อยให้หญ้าขึ้นเพื่อเลี้ยงควาย
- การเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ วัว ควาย หมู เป็ด ไก่
กิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้
- การปรับปรุงบำรุงดินในระบบนาอินทรีย์
- การพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน
ความสำเร็จ/ผลที่ได้รับ/จุดเด่น
- ครอบครัวสามารถพึ่งตนเองในด้านอาหาร
- สามารถพัฒนาและจัดการทรัพยากรในแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มีรายได้พอเพียง ลดรายจ่ายจากระบบการผลิตแบบพึ่งตนเอง
- เป็นวิทยากรชาวบ้านที่มีความรู้ด้านนาอินทรีย์และกระบวนการรวมกลุ่ม
