การศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 4
สถานภาพ สมรสกับนางบรรจง วรรณวินัย มีบุตรและธิดา 3 คน
ผลงานดีเด่น
ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค
นายสมพงษ์ วรรณวินัย เกิดในครอบครัวเกษตรกรที่ยากจน ที่หมู่บ้านหนองแซงใหญ่ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ พี่น้องทั้งหมด 6 คน จบการศึกษาภาคบังคับประถมปีที่ 4 ไม่มีโอกาสเรียนต่อต้องออกมาเพื่อช่วยพ่อแม่ประกอบอาชีพทำนา จากที่นาเพียง 5 ไร่ ในปี 2517 ไปรับจ้างทำไร่ที่อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ค่าจ้างเดือนละ 100 บาท ที่นี่เองได้มีโอกาสฝึกขับรถแทรกเตอร์ และเรียนรู้การซ่อมบำรุงจนมีความชำนาญทำให้มีความรู้พื้นฐานในการพัฒนาเครื่องจักร นายสมพงษ์ วรรณวินัย เริ่มปลูกอ้อยของตนเองครั้งแรกปี 2524 ซึ่งประสบกับการขาดทุนจึงตั้งเป้าหมาย “ผลผลิตอ้อยเฉลี่ย 28 ตันต่อไร่ ไว้ตอ 8 ปี”แต่การทำไร่ย่อมพบกับอุปสรรคปัญหาด้านดินฟ้าอากาศ เศรษฐกิจแรงงาน เนื่องจากนายสมพงษ์ เป็นผู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและหาทางต่อสู้แก้ไขปัญหาด้วยการที่เป็นผู้ใฝ่รู้ มีความพยายามมุ่งมั่นให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ กล้าตัดสินใจในการับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และกล้าลงทุนใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น เครื่องไถ เครื่องปลูก เครื่องตัด วางระบบน้ำ ใช้รถขนส่ง ฯลฯ ทำให้ประสบความสำเร็จในการทำไร่ จากการเริ่มทำไร่อ้อยเพียง 8 ไร่ และรถจักรยานคู่ชีพในการเดินทางไปทำไร่เท่านั้น ปัจจุบันขยายพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเองเป็นพื้นที่ 500 ไร่ มีรถบรรทุก 10 ล้อ 3 คัน รถไถพร้อมอุปกรณ์ทำไร่ทุกอย่าง 3 คัน รถคีบ 1 คัน รถเครน 1คัน รถตัดอ้อย 1คัน และรถปิคอัพ 1 คัน
ความคิดริเริ่มในการพัฒนางานจนประสบความสำเร็จ
- การพัฒนาระบบน้ำต่อสู้กับภัยแล้ง
- พัฒนาระบบน้ำหยด นำระบบน้ำหยดเข้ามาแก้ปัญหาภัยแล้งและบริหารจัดการน้ำอย่างชาญฉลาด โดยการขุดเจาะบ่อบาดาลและใช้สระพักน้ำขนาด 3,000 ลูกบาศก์เมตร ส่งน้ำเข้าสู่แปลงทางระบบท่อครอบคลุมพื้นที่ 70 ไร่ ด้วยปั๊มแรงดันสูง แบบหอยโข่ง 4 ใบพัด เครื่องดีเซล 2,000 CC. ขนาด 70 แรงม้า อัตราการใช้น้ำมัน 13 ลิตร ต่อ 8 ชั่วโมง ระบบน้ำผ่าน กรอง ขนาด ตะแกรง 120 Mesh ฝุ่นละอองที่เกิน 130 Micron ไม่สามารถผ่านได้ โดยให้น้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมง
- พัฒนาระบบการวางสายน้ำหยดใต้ดินต้นทุนต่ำประมาณไร่ละ 7,500 บาท/ไร่ พร้อมการปลูกอ้อยระบบร่องคู่ เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเองที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม โดยการฝังสายท่อน้ำหยดไปพร้อมระบบปลูกแบบแถวคู่ เพิ่มประชากรอ้อยมากขึ้นส่งผลให้ผลผลิตสูงกว่าแบบธรรมดาถึง 20-40% พร้อมให้ปุ๋ยน้ำ เชื้อราเขียวกำจัดด้วงหนวดยาวไปพร้อมระบบน้ำหยด
- การใช้อ้อยพันธุ์ดี
- ริเริ่มการใช้อ้อยพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับพื้นที่ และรวมกลุ่มเพื่อนบ้านขยายพันธุ์ใช้กันเอง
- ขยายพันธุ์อ้อยโดยวิธีการชำตาอ้อย แก้ไขปัญหาพันธุ์อ้อยราคาแพงและขาดแคลนในปี 2548
- การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
- ได้ลงทุนซื้อรถตัดอ้อย ทำให้ตัดอ้อยได้รวดเร็วทันเวลา ตามแผนการจัดส่งให้โรงงาน มีเวลาไปรับจ้างตัดอ้อยเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นการใช้รถตัดอ้อยคุ้มค่ากับการลงทุน
- การพัฒนาเครื่องใส่ปุ๋ยอินทรีย์ไปพร้อมกับการสับย่อยใบอ้อย
- ลดต้นทุนการผลิต
- ใช้ระบบน้ำหยดใต้ดินทำให้ใช้น้ำในปริมาณที่น้อยกว่าการใช้ระบบน้ำหยดบนดิน
- ลดการใช้ปุ๋ยเคมีด้วยการใช้ปุ๋ยชีวภาพ กากตะกอนหม้อกรองและใบอ้อยที่ตัดอ้อยสดเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับปรุงสภาพดิน
- ใช้เครื่องตัดอ้อยพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกอ้อยไม่ให้ล้ม ทำให้สามารถตัดอ้อยได้มากส่งผลให้ต้นทุนในการตัดอ้อยต่ำ
- ปลูกข้าวไร่เพื่อตัดวงจรการระบาดศัตรูพืช และลดรายจ่ายค่าสารเคมีในการกำจัดศัตรูอ้อยและค่าใช้จ่ายในการซื้อข้าวเพื่อบริโภค
- ศึกษา/ทดสอบ/ขยายผลและเผยแพร่เทคโนโลยี
- ศึกษา ทดสอบเทคโนโลยีที่ทำให้ต้นอ้อยไม่ล้ม โดยใช้อัตราและช่วงระยะเวลาการให้น้ำ ปุ๋ย ที่เหมาะสมโดยต้นอ้อยไม่ล้มและเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพได้ทั้งน้ำหนักและความหวานและง่ายในการเก็บเกี่ยว
-
เป็นผู้ศึกษา/อาสาทดสอบเทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิตต่าง ๆ เช่น การใช้อ้อยพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับพื้นที่การปลูกอ้อยเร็วขึ้น การปลูกอ้อยร่องคู่ การไว้ใบอ้อย การใช้น้ำหยด การให้กากตะกอนหม้อกรอง การใช้ปุ๋ยชีวภาพในระบบน้ำหยด การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยพืชสด การผลิตศัตรูธรรมชาติควบคุมศัตรูพืช เป็นต้น เมื่อทดสอบได้ผลดีจึงขยายผลในไร่ของตนเอง และเป็นวิทยากรและสถานที่ศึกษาดูงานทำให้มีการขยายผลสู่ชาวไร่อื่น ๆ อย่างกว้างขวาง คิดเป็นพื้นที่มากกว่า 500,000 ไร่
- มีการนำระบบภูมิสารสนเทศ (GIS)มาประกอบการตัดสินใจในการวางแผนการปลูก การบริหารจัดการ การขนส่ง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในภาพรวม
ผลงานที่โดดเด่น
- พัฒนาการวางระบบน้ำหยดใต้ดินพร้อมการปลูกอ้อยระบบร่องคู่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีต้นทุนต่ำไร่ละ 7,500 บาทเท่านั้น หากจ้างบริษัทต้นทุนไร่ละ 15,000 – 18,000 บาท และผลผลิตอ้อยของนายสมพงษ์ วรรณวินัย ที่ใช้ระบบน้ำหยดได้ผลผลิต 28 ตัน/ไร่ ส่วนที่อาศัยน้ำฝน ได้ผลผลิต 8-12 ตัน/ไร่
ข้อมูลเปรียบเทียบต้นทุน/รายได้การปลูกอ้อยโดยอาศัยน้ำฝนกับการใช้ระบบน้ำหยดใต้ดิน
การปลูกอ้อยของนายสมพงษ์ วรรณวินัย มีทั้งการปลูกโดยอาศัยน้ำฝนและระบบน้ำหยดโดยได้เริ่มใช้ระบบน้ำหยดตั้งแต่ปี 2549 ในพื้นที่ 20 ไร่ จนปัจจุบันได้ขยายการใช้ระบบน้ำหยดใต้ดินเป็น 80 ไร่ และมีแผนที่จะใช้ระบบน้ำหยดเต็มพื้นที่ที่สามารถหาแหล่งน้ำในการทำระบบน้ำหยดใต้ดินได้
- พัฒนาเครื่องใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ไปพร้อมกับระบบการสับย่อยใบอ้อย เป็นการประหยัด เวลา แรงงาน ต้นทุน และลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและปรับปรุงคุณภาพของดินอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว
- ค้นพบเทคโนโลยีการปลูกอ้อยไม่ล้มโดยการกำหนดอัตราการให้ปุ๋ยและช่วงระยะเวลาการให้น้ำที่เหมาะสม ซึ่งได้ต้นอ้อยสมบูรณ์ดีในระหว่างตัดอ้อยเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียน้ำหนักและความหวานของอ้อยในระหว่างการตัดส่งโรงงาน ซึ่งได้ผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 20-40%
- เป็นผู้ผลิตอ้อยพันธุ์หลัก กระจายอ้อยพันธุ์ดีไปสู่ชาวไร่ เขต 10 ประมาณ 1,500 ตันต่อปี
- เป็นผู้รณรงค์การใช้วิธีกลและศัตรูธรรมชาติในการกำจัดศัตรูสำคัญของอ้อย โดยการเก็บตัวหนอนตัวเต็มวัยและปล่อยเชื้อราเขียวเมทาไรเซียม เพื่อกำจัดด้วงหนวดยาว และปล่อยแตนเบียนไข่ในไร่ทุกแปลงในการกำจัดหนอนกออ้อย ซึ่งมีเกษตรกรนำไปปฏิบัติตามมากกว่า 50,000 ไร่
- ปรับสภาพพื้นที่ดิน และการบำรุงรักษาตออ้อย เมื่อตัดอ้อยเสร็จทำการลงริบเปอร์พร้อมฝังปุ๋ยให้รอยแยกของดินเล็กที่สุดแล้วใช้ปุ๋ยน้ำหมักที่เป็นส่วนเหลือจากการผลิตเอทานอล ใ นอัตรา 650-1,200 ลิตร/ไร่ (ทำให้ผลผลิตสูงและต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับปุ๋ยเคมี) แล้วนำกากตะกอนที่เกิดจากขบวนการผลิตน้ำตาลหมักกับต้นถั่วเหลืองจนย่อยสลายดีแล้วมาใส่ในไร่ในอัตรา 500 กก./ไร่ เพื่อช่วยปรับสภาพพื้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น
ความเป็นผู้นำ
- เป็นประธานคณะกรรมการกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์บ้านหนองแซง ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว
- เป็นคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว
- เป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 10 จังหวัดชัยภูมิ ปี พ.ศ. 2540 ถึงปัจจุบัน
- เป็นประธานกลุ่มเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือชาวไร่กลุ่มผู้ใช้น้ำ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว
- เป็นชาวไร่อ้อยดีเด่น บริษัทรวมเกษตรกรอุตสาหกรรมจำกัด ปี 2536 และปี 2539
- เป็นชาวไร่อ้อยดีเด่น สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ปี 2545 และปี 2546
- เป็นวิทยากรพิเศษดีเด่น ของบริษัทรวมเกษตรกรอุตสาหกรรมจำกัด ปี 2547
- เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาทำไร่ จังหวัดชัยภูมิ ปี 2550
- เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาทำไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2550
- เป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาทำไร่ รองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ ปี 2551
การทำประโยชน์และเสียสละเพื่อส่วนรวม
- เป็นอาสาวิจัยพันธุ์อ้อยกับบริษัทมิตรผล วิจัยพัฒนาอ้อยและน้ำตาล ผลิตพันธุ์อ้อยมิตรผล และศึกษาเปรียบเทียบผลผลิต ระหว่างอ้อยพันธุ์อู่ทอง 7 กับ K 95-84
- เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เช่น การวางระบบน้ำหยดใต้ดินพร้อมการปลูกอ้อยร่องคู่ การใช้อ้อยพันธุ์ดี การไว้ใบอ้อย การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยพืชสด การใช้ปุ๋ยน้ำหยด การใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาอ้อยของคณะอนุกรรมการอ้อยท้องถิ่นเขต 14 การใช้ศัตรูธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูอ้อย และเป็นผู้สนับสนุนการผลิตเชื้อราเขียวป้องกันกำจัดศัตรูอ้อย และการผลิตแตนเบียนไข่ไตรโครแกรมม่า ฯลฯ
- เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ ศึกษา/ดูงานของเกษตรกรชาวไร่อ้อยและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมของโรงงานน้ำตาล สถาบันการศึกษาต่า ๆ ภาคราชการ นักวิจัย ผู้ค้าน้ำตาลทั้งในและต่างประเทศ แลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยีการปลูกอ้อยโดยระบบน้ำใต้ดิน
- เป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ให้แก่สาธารณะทั้งโรงเรียน วัด สถานที่ราชการ โดยให้อุทิศตนพร้อมสละเวลา และให้การสนับสนุนงบประมาณ
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- เป็นผู้นำแนวคิดในการตัดอ้อยสดและรักษาใบอ้อยทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว ไว้คลุมดินเพื่อรักษาความชื้นและเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ทำให้สภาพดินดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำ และแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม
- เป็นผู้นำและรณรงค์การใช้ศัตรูธรรมชาติในการแก้ปัญหาศัตรูอ้อย โดยใช้แตนเบียนไข่ไตรโครแกรมม่า เพื่อทำลายหนอนกออ้อยและเชื้อราเขียวเมทาไรเซียมกำจัดด้วงหนวดยาว เพื่อลดการใช้สารเคมีในระบบการผลิตอ้อยของจังหวัดชัยภูมิ
- รณรงค์การป้องกันกำจัดศัตรูอ้อยโดยใช้วิธีกลเป็นผู้นำเกษตรกรชาวไร่อ้อยป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวโดยการทำกับดักตัวเต็มวัยของด้วงหนวดยาวในฤดูผสมพันธุ์เพื่อลดปริมาณการระบาดของด้วงหนวดยาว
- ปลูกข้าวไร่ในแปลงที่พักดิน หรือมีการระบาดของหนอนกออ้อย โรคใบขาว เพื่อตัดวงจรการระบาด เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของดิน และที่สำคัญสามารถมีข้าวบริโภคในครัวเรือนอย่างไม่ขาดแคลน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จากประวัติและผลงานของนายสมพงษ์ วรรณวินัย ถือเป็นชาวไร่อ้อยตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จจากการทำไร่อ้อยโดยใช้หลักเกษตรดีที่เหมาะสมและเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างยั่งยืน และพัฒนาระบบน้ำหยดใต้ดินพร้อมการปลูกอ้อยระบบร่องคู่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ตลอดจนอุทิศตนเพื่อส่วนรวม จึงสมควรได้รับประกาศเกียรติคุณให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพพืชไร่ประจำปี 2552 เพื่อเป็นตัวอย่าง แก่เกษตรกรรายอื่นและเป็นเกียรติของวงศ์ตระกูลสืบไป
ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2552", 2552.
