นายสมพงษ์ วรรณวินัย เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติอาชีพทำไร่

สถานที่ติดต่อ
ที่อยู่: 
เลขที่ 75 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว
รหัสไปรษณีย์: 
36110
จังหวัด: 
ชัยภูมิ
ผู้ประสานงาน: 
นายสมพงษ์ วรรณวินัย
โทรศัพท์: 
0872238332

การศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 4

สถานภาพ สมรสกับนางบรรจง วรรณวินัย มีบุตรและธิดา 3 คน

ผลงานดีเด่น

ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค

นายสมพงษ์ วรรณวินัย เกิดในครอบครัวเกษตรกรที่ยากจน ที่หมู่บ้านหนองแซงใหญ่ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ พี่น้องทั้งหมด 6 คน จบการศึกษาภาคบังคับประถมปีที่ 4 ไม่มีโอกาสเรียนต่อต้องออกมาเพื่อช่วยพ่อแม่ประกอบอาชีพทำนา จากที่นาเพียง 5 ไร่ ในปี 2517 ไปรับจ้างทำไร่ที่อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ค่าจ้างเดือนละ 100 บาท ที่นี่เองได้มีโอกาสฝึกขับรถแทรกเตอร์ และเรียนรู้การซ่อมบำรุงจนมีความชำนาญทำให้มีความรู้พื้นฐานในการพัฒนาเครื่องจักร  นายสมพงษ์ วรรณวินัย เริ่มปลูกอ้อยของตนเองครั้งแรกปี 2524 ซึ่งประสบกับการขาดทุนจึงตั้งเป้าหมาย “ผลผลิตอ้อยเฉลี่ย 28 ตันต่อไร่ ไว้ตอ 8 ปี”แต่การทำไร่ย่อมพบกับอุปสรรคปัญหาด้านดินฟ้าอากาศ เศรษฐกิจแรงงาน เนื่องจากนายสมพงษ์ เป็นผู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและหาทางต่อสู้แก้ไขปัญหาด้วยการที่เป็นผู้ใฝ่รู้ มีความพยายามมุ่งมั่นให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ กล้าตัดสินใจในการับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และกล้าลงทุนใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น เครื่องไถ เครื่องปลูก เครื่องตัด วางระบบน้ำ ใช้รถขนส่ง ฯลฯ ทำให้ประสบความสำเร็จในการทำไร่ จากการเริ่มทำไร่อ้อยเพียง 8  ไร่ และรถจักรยานคู่ชีพในการเดินทางไปทำไร่เท่านั้น ปัจจุบันขยายพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเองเป็นพื้นที่ 500 ไร่ มีรถบรรทุก 10 ล้อ 3 คัน รถไถพร้อมอุปกรณ์ทำไร่ทุกอย่าง 3 คัน รถคีบ 1 คัน รถเครน 1คัน รถตัดอ้อย 1คัน และรถปิคอัพ 1 คัน

ความคิดริเริ่มในการพัฒนางานจนประสบความสำเร็จ

  • การพัฒนาระบบน้ำต่อสู้กับภัยแล้ง
  1. พัฒนาระบบน้ำหยด นำระบบน้ำหยดเข้ามาแก้ปัญหาภัยแล้งและบริหารจัดการน้ำอย่างชาญฉลาด โดยการขุดเจาะบ่อบาดาลและใช้สระพักน้ำขนาด 3,000 ลูกบาศก์เมตร ส่งน้ำเข้าสู่แปลงทางระบบท่อครอบคลุมพื้นที่ 70 ไร่ ด้วยปั๊มแรงดันสูง แบบหอยโข่ง 4 ใบพัด เครื่องดีเซล 2,000 CC. ขนาด 70 แรงม้า อัตราการใช้น้ำมัน 13 ลิตร ต่อ 8 ชั่วโมง ระบบน้ำผ่าน กรอง ขนาด ตะแกรง 120 Mesh ฝุ่นละอองที่เกิน 130 Micron ไม่สามารถผ่านได้ โดยให้น้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมง
  2. พัฒนาระบบการวางสายน้ำหยดใต้ดินต้นทุนต่ำประมาณไร่ละ 7,500 บาท/ไร่ พร้อมการปลูกอ้อยระบบร่องคู่ เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเองที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม โดยการฝังสายท่อน้ำหยดไปพร้อมระบบปลูกแบบแถวคู่ เพิ่มประชากรอ้อยมากขึ้นส่งผลให้ผลผลิตสูงกว่าแบบธรรมดาถึง 20-40% พร้อมให้ปุ๋ยน้ำ เชื้อราเขียวกำจัดด้วงหนวดยาวไปพร้อมระบบน้ำหยด
  • การใช้อ้อยพันธุ์ดี
  1. ริเริ่มการใช้อ้อยพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับพื้นที่ และรวมกลุ่มเพื่อนบ้านขยายพันธุ์ใช้กันเอง
  2. ขยายพันธุ์อ้อยโดยวิธีการชำตาอ้อย แก้ไขปัญหาพันธุ์อ้อยราคาแพงและขาดแคลนในปี 2548
  • การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
  1. ได้ลงทุนซื้อรถตัดอ้อย ทำให้ตัดอ้อยได้รวดเร็วทันเวลา ตามแผนการจัดส่งให้โรงงาน มีเวลาไปรับจ้างตัดอ้อยเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นการใช้รถตัดอ้อยคุ้มค่ากับการลงทุน
  2. การพัฒนาเครื่องใส่ปุ๋ยอินทรีย์ไปพร้อมกับการสับย่อยใบอ้อย
  • ลดต้นทุนการผลิต
  1. ใช้ระบบน้ำหยดใต้ดินทำให้ใช้น้ำในปริมาณที่น้อยกว่าการใช้ระบบน้ำหยดบนดิน
  2. ลดการใช้ปุ๋ยเคมีด้วยการใช้ปุ๋ยชีวภาพ กากตะกอนหม้อกรองและใบอ้อยที่ตัดอ้อยสดเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับปรุงสภาพดิน
  3. ใช้เครื่องตัดอ้อยพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกอ้อยไม่ให้ล้ม ทำให้สามารถตัดอ้อยได้มากส่งผลให้ต้นทุนในการตัดอ้อยต่ำ
  4. ปลูกข้าวไร่เพื่อตัดวงจรการระบาดศัตรูพืช และลดรายจ่ายค่าสารเคมีในการกำจัดศัตรูอ้อยและค่าใช้จ่ายในการซื้อข้าวเพื่อบริโภค
  • ศึกษา/ทดสอบ/ขยายผลและเผยแพร่เทคโนโลยี
  1. ศึกษา ทดสอบเทคโนโลยีที่ทำให้ต้นอ้อยไม่ล้ม โดยใช้อัตราและช่วงระยะเวลาการให้น้ำ ปุ๋ย ที่เหมาะสมโดยต้นอ้อยไม่ล้มและเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพได้ทั้งน้ำหนักและความหวานและง่ายในการเก็บเกี่ยว 
  2. เป็นผู้ศึกษา/อาสาทดสอบเทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิตต่าง ๆ เช่น การใช้อ้อยพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับพื้นที่การปลูกอ้อยเร็วขึ้น การปลูกอ้อยร่องคู่ การไว้ใบอ้อย การใช้น้ำหยด การให้กากตะกอนหม้อกรอง การใช้ปุ๋ยชีวภาพในระบบน้ำหยด การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยพืชสด การผลิตศัตรูธรรมชาติควบคุมศัตรูพืช เป็นต้น เมื่อทดสอบได้ผลดีจึงขยายผลในไร่ของตนเอง และเป็นวิทยากรและสถานที่ศึกษาดูงานทำให้มีการขยายผลสู่ชาวไร่อื่น ๆ อย่างกว้างขวาง คิดเป็นพื้นที่มากกว่า 500,000 ไร่

  • มีการนำระบบภูมิสารสนเทศ (GIS)มาประกอบการตัดสินใจในการวางแผนการปลูก การบริหารจัดการ การขนส่ง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในภาพรวม

ผลงานที่โดดเด่น

  1. พัฒนาการวางระบบน้ำหยดใต้ดินพร้อมการปลูกอ้อยระบบร่องคู่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีต้นทุนต่ำไร่ละ 7,500 บาทเท่านั้น หากจ้างบริษัทต้นทุนไร่ละ 15,000 – 18,000 บาท และผลผลิตอ้อยของนายสมพงษ์ วรรณวินัย ที่ใช้ระบบน้ำหยดได้ผลผลิต 28 ตัน/ไร่ ส่วนที่อาศัยน้ำฝน ได้ผลผลิต 8-12 ตัน/ไร่

ข้อมูลเปรียบเทียบต้นทุน/รายได้การปลูกอ้อยโดยอาศัยน้ำฝนกับการใช้ระบบน้ำหยดใต้ดิน

การปลูกอ้อยของนายสมพงษ์ วรรณวินัย มีทั้งการปลูกโดยอาศัยน้ำฝนและระบบน้ำหยดโดยได้เริ่มใช้ระบบน้ำหยดตั้งแต่ปี 2549 ในพื้นที่ 20 ไร่ จนปัจจุบันได้ขยายการใช้ระบบน้ำหยดใต้ดินเป็น 80 ไร่ และมีแผนที่จะใช้ระบบน้ำหยดเต็มพื้นที่ที่สามารถหาแหล่งน้ำในการทำระบบน้ำหยดใต้ดินได้

  1. พัฒนาเครื่องใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ไปพร้อมกับระบบการสับย่อยใบอ้อย เป็นการประหยัด เวลา แรงงาน ต้นทุน และลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและปรับปรุงคุณภาพของดินอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว
  2. ค้นพบเทคโนโลยีการปลูกอ้อยไม่ล้มโดยการกำหนดอัตราการให้ปุ๋ยและช่วงระยะเวลาการให้น้ำที่เหมาะสม ซึ่งได้ต้นอ้อยสมบูรณ์ดีในระหว่างตัดอ้อยเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียน้ำหนักและความหวานของอ้อยในระหว่างการตัดส่งโรงงาน ซึ่งได้ผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 20-40%
  3. เป็นผู้ผลิตอ้อยพันธุ์หลัก กระจายอ้อยพันธุ์ดีไปสู่ชาวไร่ เขต 10 ประมาณ 1,500 ตันต่อปี
  4. เป็นผู้รณรงค์การใช้วิธีกลและศัตรูธรรมชาติในการกำจัดศัตรูสำคัญของอ้อย โดยการเก็บตัวหนอนตัวเต็มวัยและปล่อยเชื้อราเขียวเมทาไรเซียม เพื่อกำจัดด้วงหนวดยาว และปล่อยแตนเบียนไข่ในไร่ทุกแปลงในการกำจัดหนอนกออ้อย ซึ่งมีเกษตรกรนำไปปฏิบัติตามมากกว่า 50,000 ไร่
  5. ปรับสภาพพื้นที่ดิน และการบำรุงรักษาตออ้อย เมื่อตัดอ้อยเสร็จทำการลงริบเปอร์พร้อมฝังปุ๋ยให้รอยแยกของดินเล็กที่สุดแล้วใช้ปุ๋ยน้ำหมักที่เป็นส่วนเหลือจากการผลิตเอทานอล ใ นอัตรา 650-1,200 ลิตร/ไร่ (ทำให้ผลผลิตสูงและต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับปุ๋ยเคมี) แล้วนำกากตะกอนที่เกิดจากขบวนการผลิตน้ำตาลหมักกับต้นถั่วเหลืองจนย่อยสลายดีแล้วมาใส่ในไร่ในอัตรา 500 กก./ไร่ เพื่อช่วยปรับสภาพพื้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น

ความเป็นผู้นำ

  1. เป็นประธานคณะกรรมการกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์บ้านหนองแซง ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว
  2. เป็นคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว
  3. เป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 10 จังหวัดชัยภูมิ ปี พ.ศ. 2540 ถึงปัจจุบัน
  4. เป็นประธานกลุ่มเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือชาวไร่กลุ่มผู้ใช้น้ำ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว
  5. เป็นชาวไร่อ้อยดีเด่น บริษัทรวมเกษตรกรอุตสาหกรรมจำกัด ปี 2536 และปี 2539
  6. เป็นชาวไร่อ้อยดีเด่น สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ปี 2545 และปี 2546
  7. เป็นวิทยากรพิเศษดีเด่น ของบริษัทรวมเกษตรกรอุตสาหกรรมจำกัด ปี 2547
  8. เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาทำไร่ จังหวัดชัยภูมิ ปี 2550
  9. เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาทำไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2550
  10. เป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาทำไร่ รองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ ปี 2551

การทำประโยชน์และเสียสละเพื่อส่วนรวม

  1. เป็นอาสาวิจัยพันธุ์อ้อยกับบริษัทมิตรผล วิจัยพัฒนาอ้อยและน้ำตาล ผลิตพันธุ์อ้อยมิตรผล และศึกษาเปรียบเทียบผลผลิต ระหว่างอ้อยพันธุ์อู่ทอง 7 กับ K 95-84
  2. เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เช่น การวางระบบน้ำหยดใต้ดินพร้อมการปลูกอ้อยร่องคู่ การใช้อ้อยพันธุ์ดี การไว้ใบอ้อย การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยพืชสด การใช้ปุ๋ยน้ำหยด การใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาอ้อยของคณะอนุกรรมการอ้อยท้องถิ่นเขต 14 การใช้ศัตรูธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูอ้อย และเป็นผู้สนับสนุนการผลิตเชื้อราเขียวป้องกันกำจัดศัตรูอ้อย และการผลิตแตนเบียนไข่ไตรโครแกรมม่า ฯลฯ
  3. เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ ศึกษา/ดูงานของเกษตรกรชาวไร่อ้อยและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมของโรงงานน้ำตาล สถาบันการศึกษาต่า ๆ ภาคราชการ นักวิจัย ผู้ค้าน้ำตาลทั้งในและต่างประเทศ แลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยีการปลูกอ้อยโดยระบบน้ำใต้ดิน
  4. เป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ให้แก่สาธารณะทั้งโรงเรียน วัด สถานที่ราชการ โดยให้อุทิศตนพร้อมสละเวลา และให้การสนับสนุนงบประมาณ

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  1. เป็นผู้นำแนวคิดในการตัดอ้อยสดและรักษาใบอ้อยทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว ไว้คลุมดินเพื่อรักษาความชื้นและเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ทำให้สภาพดินดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำ และแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม
  2. เป็นผู้นำและรณรงค์การใช้ศัตรูธรรมชาติในการแก้ปัญหาศัตรูอ้อย โดยใช้แตนเบียนไข่ไตรโครแกรมม่า เพื่อทำลายหนอนกออ้อยและเชื้อราเขียวเมทาไรเซียมกำจัดด้วงหนวดยาว เพื่อลดการใช้สารเคมีในระบบการผลิตอ้อยของจังหวัดชัยภูมิ
  3. รณรงค์การป้องกันกำจัดศัตรูอ้อยโดยใช้วิธีกลเป็นผู้นำเกษตรกรชาวไร่อ้อยป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวโดยการทำกับดักตัวเต็มวัยของด้วงหนวดยาวในฤดูผสมพันธุ์เพื่อลดปริมาณการระบาดของด้วงหนวดยาว
  4. ปลูกข้าวไร่ในแปลงที่พักดิน หรือมีการระบาดของหนอนกออ้อย โรคใบขาว เพื่อตัดวงจรการระบาด เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของดิน และที่สำคัญสามารถมีข้าวบริโภคในครัวเรือนอย่างไม่ขาดแคลน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

จากประวัติและผลงานของนายสมพงษ์ วรรณวินัย ถือเป็นชาวไร่อ้อยตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จจากการทำไร่อ้อยโดยใช้หลักเกษตรดีที่เหมาะสมและเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างยั่งยืน และพัฒนาระบบน้ำหยดใต้ดินพร้อมการปลูกอ้อยระบบร่องคู่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ตลอดจนอุทิศตนเพื่อส่วนรวม จึงสมควรได้รับประกาศเกียรติคุณให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพพืชไร่ประจำปี 2552 เพื่อเป็นตัวอย่าง แก่เกษตรกรรายอื่นและเป็นเกียรติของวงศ์ตระกูลสืบไป

ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2552", 2552.

ภาพประกอบ: 
ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน
เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ
แหล่งเรียนรู้นวัตกรรม
แหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืน
แหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน