แนวคิด/ความเป็นมา
เดิมเคยไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ หารับจ้างทั่วไป จนกลับมาทำเกษตรที่บ้าน ปลูกข้าวโพดและถั่วฟักยาว ซึ่งต้องใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงอย่างหนัก ทำต่อเนื่องกันมาหลายปีเพราะต้องการได้ผลผลิตมาก ๆ ได้เงินมาก ๆ จนสุขภาพทรุดโทรมไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มที่พบสารอันตราย จึงตัดสินใจเลิกใช้สารเคมีต่าง ๆ ในปี 2539 และเมื่อกลุ่มในชุมชนเริ่มมีกิจกรรมเกษตรอินทรีย์ จึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ กองทุนข้าวเพื่อทำนาอินทรีย์ รวมทั้งเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรรายย่อย
รูปแบบ/ระบบการผลิต
การพัฒนารูปแบบเน้นที่ความหลากหลายของกิจกรรมและผสมผสานการผลิตอย่างต่อเนื่อง ระบบการปลูกประกอบด้วย
- ข้าวโดยทำนาอินทรีย์เต็มพื้นที่ 22 ไร่ โดยมีการปรับปรุงบำรุงดินอย่างต่อเนื่อง ใช้อินทรียวัตถุที่หาได้จากในสวนและนา
- สวนผสมผสานบริเวณบ้าน ปลูกพืชหลากหลายชนิด ได้แก่ กล้วย มะม่วง มะพร้าว ขนุน น้อยหน่า ลำไยพื้นบ้าน มะละกอ มะกรูด มะรุม อ้อย หม่อน กระเจียว ขิง ข่า กระชาย ฯลฯ
- สวนผสมผสานและป่าธรรมชาติ ซึ่งสะสมไม้ป่าไว้หลายชนิด ปลูกมะพร้าว ขนุน นุ่น แซม
- เลี้ยงสัตว์ ได้แก่ วัว ไก่
กิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้
- การทำนาอินทรีย์-การปรับปรุงบำรุงดิน
- การออกแบบสวนผสมผสาน-การสะสมต้นไม้ในป่าธรรมชาติ
ความสำเร็จ/ผลที่ได้รับ/จุดเด่น
- ครอบครัวมีความมั่นคงทางอาหารเพิ่มขึ้น
- มีรายได้ทุกสัปดาห์ จากการขายผลผลิตที่ตลาดนัดสีเขียวเมืองสุรินทร์และตลาดอื่น ๆ ทำให้มีเงินต่อเนื่อง สามารถส่งลูกเรียนและใช้จ่ายต่าง ๆ โดยไม่ต้องเป็นหนี้
- สมาชิกในครอบครัวมีความสุข ทุกคนช่วยเหลือและแบ่งงานกันทำ
