แนวคิด/ความเป็นมา
อาชีพหลักคือทำนาที่ใช้ปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืชอย่างต่อเนื่องและเพิ่มปริมาณมากขึ้น โดยในช่วงดังกล่าวตนเองและภรรยามีอาการเจ็บป่วยบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งต่อมาเริ่มสังเกตว่าเป็นผลมาจากการใช้สารเคมีจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง จึงเริ่มจ้างคนงานมาฉีดยาแทนแต่ปัญหาก็คือ การฉีดพ่นยาก็ยังอยู่ในแปลงนาและตกค้างในผลผลิตที่ปลูก ทั้งยังทำให้ระบบนิเวศในนาและสิ่งแวดล้อมเสีย จึงเกิดความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น จนได้มีโอกาสเข้าร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนที่เข้ามาส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ให้ปรับระบบมาลด ละ เลิกการใช้สารเคมี ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการ จึงได้เริ่มหันมาปรับเปลี่ยนระบบการผลิต
รูปแบบ/ระบบการผลิต
เริ่มจากการทำนาอินทรีย์ มีการใช้ปุ๋ยพืชสด-เมล็ดโสนหว่านในนาแล้วไถกลบ ปรับโครงสร้างดินเค็มด้วยแกลบทำให้ดินค่อย ๆ มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถเลิกการใช้ปุ๋ยเคมีได้ในที่สุด หลังจากนั้นจึงได้ปรับปรุงแปลงให้มีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น โดยมีระบบการจัดการสามรูปแบบคือ
- นาอินทรีย์-สวนผสมผสาน ในการทำนาอินทรีย์นอกจากจะเน้นการปรับปรุงบำรุงดิน นายฮวดยังแบ่งพื้นที่บางส่วนในการพัฒนาและคัดพันธุ์ข้าวสองสายพันธุ์ คือ ข้าวหอมมะลิและข้าวมะลิแดง โดยปลูกแบบคัดจากข้าวกล้อง-ปลูกแถวละรวงเพื่อคัดพันธุ์
- สวนผสมผสานบริเวณบ้าน เน้นปลูกพืชต่างระดับที่หลากหลาย เช่น ส้มโอ มะพร้าว มะม่วง ขนุน กระท้อน กล้วย สับปะรด ดอกกระเจียว ข่า ตะไคร้ พริก และผักสวนครัวต่าง ๆ
- การเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ ควาย หมู เป็ด ไก่
กิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้
- การคัดและปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมมะลิและมะลิแดง-ใช้เทคนิคปลูกจากข้าวกล้อง
- การปรับปรุงบำรุงดิน จากปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยคอก
ความสำเร็จ/ผลที่ได้รับ/จุดเด่น
- มีระบบการจัดการแปลงที่หลากหลายและมีการอนุรักษ์และปรับปรุงพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน
- ครอบครัวมีความมั่นคงทางอาหาร จากผลผลิตที่ปลูกอย่างหลากหลายในแปลง
- มีรายได้พอเพียง ลดรายจ่ายจากระบบการผลิตแบบพึ่งตนเอง
