นายเฉียม เจียมสุภา เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติอาชีพทำนา

สถานที่ติดต่อ
ที่อยู่: 
เลขที่ 3 หมู่ที่ 6 ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมืองราชบุรี
รหัสไปรษณีย์: 
70000
จังหวัด: 
ราชบุรี
ผู้ประสานงาน: 
นายเฉียม เจียมสุภา
โทรศัพท์: 
0817354462

การศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 4

สถานภาพ สมรส กับนางลำไย เจียมสุภา มีบุตร 1 คน

ผลงานดีเด่น

ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค

นายเฉียม เจียมสุภา เป็นบุตรชาวนา เริ่มอาชีพทำนาเมื่อมีอายุได้ 25 ปี โดยการเช่าที่นาจำนวน 8 ไร่ ใช้ระบบการทำนาดำ อาศัยน้ำฝน (ได้ผลผลิต 50-60 ถังต่อไร่) ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ได้เปลี่ยนมาทำนาหว่านน้ำตม เนื่องจากได้รับน้ำจากโครงการชลประทาน (ได้ผลผลิต 65-70 ถังต่อไร่) ด้วยความเป็นคนขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพและรู้จักอดออม ทำให้สามารถสร้างฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวให้ดีขึ้น ปัจจุบันทำนาจำนวน 57 ไร่ โดยมีที่นาเป็นของตนเอง จำนวน 48 ไร่ และเช่านาอีก 9 ไร่ ในปี พ.ศ. 2543 นายเฉียม ได้เข้าอบรมตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรทำให้รู้จักวิธีการเปรียบเทียบพันธุ์ข้าว อัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ ระบบนิเวศน์ ศัตรูข้าว ศัตรูธรรมชาติ การกำจัดพันธุ์ปน การลดต้นทุนการผลิตข้าว และในปี พ.ศ. 2550 ได้รวบรวมสมาชิก 25 ราย จัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีให้กับเกษตรกรภายในตำบลเจดีย์หักและตำบลอื่น ๆ นอกจากนี้ยังได้ริเริ่มการทำปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำ และสารไล่แมลง โดยทดลองกับนาของตนเอง พบว่าสามารถลดการใช้สารเคมีในการกำจัดแมลงศัตรูข้าว และบางฤดูกาลไม่ต้องใช้สารเคมีในการกำจัดแมลง นายเฉียม เป็นผู้ใฝ่รู้และพยายามคิดปรับปรุงอุปกรณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำนา อาทิ การผลิตอุปกรณ์สกีนา สำหรับนั่งพ่วงติดกับรถไถ ผลิตอุปกรณ์ชักร่องระบายน้ำจึงช่วยให้น้ำระบายออกจากแปลงนา ทำให้รากข้าวแตกใหม่ สามารถดูดปุ๋ยได้ดีขึ้น ลดการสูญเสียปุ๋ยเคมีลงได้ และยังได้คิดดัดแปลงเครื่องสีฝัดโดยใช้มอเตอร์และยังเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า โดยมีวิธีการคัดพันธุ์ข้าวโดยการเพาะเมล็ดด้วยวิธีการแกะเปลือกออก คัดเฉพาะเมล็ดที่สมบูรณ์ไปเพาะขยายพันธุ์เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ในการนำไปเพาะปลูกต่อไป

ผลงานและความสำเร็จ

มีการนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร ในศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน มาใช้ในการผลิตข้าวเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ดีในการปลูกในฤดูกาลผลิตนาปรัง มีการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิตข้าว คือ สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ 10-15 กก./ไร่ มีการนำปุ๋ยอินทรีย์มาใช้นาข้าว ทำให้ผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิม 890 กก./ไร่ เพิ่มเป็น 965 กก./ไร่ ปัจจุบันลดต้นทุนการผลิตได้ 500-700 บาทต่อไร่

นายเฉียม ประกอบอาชีพทำนามาตลอดระยะเวลา 30 ปี ได้ทุ่มเทกำลังกายและใจในการคิดหาวิธีการปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ มีสภาพโครงสร้างดินที่ดี และนำความรู้ไปเผยแพร่ให้สมาชิกปฏิบัติตาม ทั้งนี้ครอบครัวยังมีการช่วยกันประกอบอาชีพอย่างเป็นระบบรายได้ย้อนหลัง 3 ปี

  • ปี พ.ศ. 2548 นาปรัง 165,191 บาท  นาปี 222,471 บาท
  • ปี พ.ศ. 2549 นาปรัง 204,347 บาท  นาปี 286,581 บาท
  • ปี พ.ศ. 2550 นาปรัง 179,965 บาท 

ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อส่วนรวม

นายเฉียม เจียมสุภา เป็นผู้ริเริ่มนำข้าวพันธุ์ใหม่ เช่น สุพรรณบุรี 60, กข.21, กข.23, กข.35และชัยนาท 1 มาทดลองปลูกในแปลงนาตนเอง และมีการขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่นในชุมชนริเริ่มให้สมาชิกมีการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน ช่วยสมาชิกในเครือข่ายศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนในการวิเคราะห์ดิน ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรระดับอำเภอ โดยใช้สถานที่บริเวณและแปลงนาของตนเป็นสถานที่ศึกษาดูงานแก่เกษตรกรทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด รวมถึงชาวต่างชาติในการสาธิตการผลิตน้ำหมักชีวภาพ นอกจากนี้ นายเฉียม ยังมีส่วนช่วยเหลือสังคมโดยเป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ประธานประชาคมหมู่บ้าน คณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลเจดีย์หัก

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายเฉียม เจียมสุภา ได้ทำการเกษตรแบบอินทรีย์ โดยมีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยสารสกัดชีวภาพต่าง ๆ รณรงค์ไม่เผาฟางข้าว และใช้วิธีการไถหมักฟาง มีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ในไร่นา และผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ในการช่วยย่อยสลายซากพืชและสัตว์ให้กลายเป็นปุ๋ย ทำให้โครงสร้างดินและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น ส่งผลให้ผลิตข้าวได้ผลผลิตสูง

ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2551, 2551.

ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน
เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ
แหล่งเรียนรู้นวัตกรรม
แหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืน
แหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน