การศึกษา ระดับ ปวส. ด้านเทคนิคและพาณิชยการ
สถานภาพ สมรสกับนางอรัญญา โรเซ็นเบิร์ก
ผลงานดีเด่น
ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน
เริ่มทำอาชีพการเกษตรเมื่อปี 2536 โดยทำพืชไร่ ได้แก่ ข้าวโพด อ้อย ต่อมาได้ทำไร่องุ่นไร้เมล็ด เมื่อปี 2543 ในพื้นที่ 60 ไร่ ในปี 2546 เริ่มเลี้ยงโคขุนและเลี้ยงแพะ-แกะ จำนวน 36 ตัว ในพื้นที่ 10 ไร่ พันธุ์แพะที่เลี้ยงเป็นพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ลูกผสมพื้นเมือง ต่อมาพบปัญหาในด้านการตลาด และพบว่าแพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าการเลี้ยงโคขุน การทำพืชไร่ ไร่องุ่น ตลอดจนมีลู่ทางการตลาดที่ดี จึงได้เพิ่มปริมาณการเลี้ยงแพะ-แกะ ได้ขยายพื้นที่การเลี้ยงเป็น 52 ไร่ และจัดตั้งเป็นฟาร์มแพะ-แกะขึ้น ภายใต้ชื่อ “คุณสุขฟาร์ม”ในช่วงแรกพบปัญหาในด้านสุขภาพของแพะ-แกะ เช่น โรคปอดบวม โรคพยาธิ โรคแท้งติดต่อ ปัญหาด้านอาหารสัตว์ ตลอดจนด้านการตลาด จึงได้พยายามศึกษาหาความรู้ทั้งจากเอกสาร ปรึกษาหารือกับผู้เลี้ยงแพะหรือผู้ชำนาญการ ศึกษา อบรม ดูงานในหน่วยงานต่าง ๆ และได้นำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของฟาร์ม ได้แก่ พัฒนาสายพันธุ์แพะ-แกะให้โตเร็วและทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ จัดสร้างคอก โรงเรือน ให้เหมาะสมกับพื้นที่และลดต้นทุนค่าสร้างคอก โรงเรือน โดยใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่นมาประยุกต์สร้าง พร้อมนี้ได้สร้างคอก โรงเรือนในแนวเหนือ-ใต้ เพื่อให้แสงแดดส่องถึงทั่วทั้งคอกเป็นการทำลายเชื้อโรค ใช้พืชสมุนไพรช่วยในการรักษาสุขภาพแพะ-แกะ ทำวัคซีนป้องกันโรคตามกำหนดเวลา และเจาะเลือดตรวจโรคแท้งติดต่อโดยตลอดจากการดำเนินการต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน “คุณสุขฟาร์ม”เป็นฟาร์มผลิตพันธุ์แพะ-แกะ โดยเลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์แพะ-แกะทั้งพันธุ์เนื้อและพันธุ์นม มีจำนวนประมาณ 700 ตัว และได้รับอนุญาตให้เป็นคอกกักสัตว์เอกชน เพื่อส่งแพะ-แกะเข้าเขตปลอดโรคและนำเข้า-ส่งออกราชอาณาจักร
ผลงานและความสำเร็จ
คุณเชาวรัตน์ฯ มีการพัฒนาการเลี้ยงแพะ-แกะ “คุณสุขฟาร์ม”ตามหลักวิชาการอย่างเป็นระบบต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้แพะ-แกะจาก “คุณสุขฟาร์ม”เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน ทั้งในด้านสายพันธุ์มีการปรับปรุงสายพันธุ์แพะเพื่อให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมและโตเร็ว โดยนำคุณลักษณะที่ดีของแพะแต่ละพันธุ์มาพัฒนาสายพันธุ์ ได้แก่ การปรับปรุงแม่พันธุ์แพะให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี โดยใช้แม่พันธุ์ลูกผสมระหว่างพันธุ์แองโกลนูเบียนกับจัมปานารี ส่วนพ่อพันธุ์ใช้พ่อพันธุ์แพะที่มีคุณลักษณะโตเร็ว โครงสร้างใหญ่ และที่มีการให้นมดี ได้แก่ พ่อพันธุ์ลูกผสมระหว่างพันธุ์บอร์กับพันธุ์ซาแนน สำหรับแกะนั้นแม่พันธุ์เป็นแกะพื้นเมือง พันธุ์หางขาว ซึ่งสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี ส่วนพ่อพันธุ์จะใช้พ่อพันธุ์ลูกผสมการตาดิน และลูกผสมซานต้าอีเนส ซึ่งมีการเติบโตให้เนื้อดี ปัจจุบันมีการเลี้ยงแพะ-แกะ จำนวน 700 ตัว เป็นแม่พันธุ์แพะ จำนวน 500 ตัว แยกเป็นแพะเนื้อ 200 ตัว แพะนม 300 ตัว แม่พันธุ์แกะ จำนวน 100 ตัว และแพะ-แกะเพศผู้เพื่อจำหน่ายเป็นแพะเนื้อ จำนวน 100 ตัว มีการจัดเตรียมแปลงหญ้าเพื่อให้มีอาหารหยาบเป็นอาหารหลักของแพะ-แกะที่เลี้ยงในฟาร์ม สำรองพืชอาหารสัตว์โดยการหมักใบกระถิน ใบไม้ยืนต้นต่าง ๆ หัวมัน กากมัน ไว้เป็นอาหารให้แพะช่วงขาดแคลน วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นและเหลือใช้จากการเกษตรมาเป็นอาหารสัตว์ ทำให้มีอาหารสำหรับเลี้ยงแพะ-แกะอย่างพอเพียงตลอดทั้งปี
“คุณสุขฟาร์ม”เน้นการป้องกันโรคเป็นหลักโดยเริ่มตั้งแต่มีการเจาะเลือด ตรวจโรคแท้งติดต่อโดยตลอด จัดทำตารางการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ยังใช้พืชสมุนไพร เช่น ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด ในการป้องกันรักษาโรค ทำให้ลดการใช้ยาปฏิชีวนะในฟาร์มลง มีการวางผังฟาร์มต่าง ๆ อย่างเป็นสัดส่วน แยกคอกพักกักสัตว์ออกจากคอกพ่อ-แม่พันธุ์และคอกขุน จากการวางระบบการจัดการฟาร์มที่ดีทำให้ได้ใบอนุญาตให้เป็นคอกกักสัตว์เอกชน เพื่อส่งแพะ-แกะเข้าเขตปลอดโรคและนำเข้า-ส่งออกราชอาณาจักร
ด้านการตลาด คุณเชาวรัตน์ จะผลิตแพะเพื่อจำหน่ายเป็นพันธุ์เพื่อจำหน่ายปีละประมาณ 100-200 ตัว และในด้านแพะเนื้อ คุณเชาวรัตน์ เป็นผู้ที่วางแผนการผลิตโดยใช้การตลาดนำ ซึ่งทำให้ผลผลิตแพะ-แกะจากฟาร์มตรงตามความต้องการของตลาด มีราคาที่ดีโดยตลอด โดยวางแผนการผสมพันธุ์เพื่อให้แม่แพะคลอดลูก สามารถขุนจำหน่ายสู่ตลาดในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูงได้ราคาดี คือ ช่วงงานรอมาดอนและงานเมาลิดกลาง นอกจากนี้มีการจำหน่ายแพะเนื้อและพันธุ์แพะเพื่อออกสู่ตลาดและผู้สนใจโดยตลอดเฉลี่ยเดือนละ 50 ตัว สำหรับแกะ วางแผนการผสมพันธุ์ปีละ 1 คลอก เพื่อขุนจำหน่ายให้กับตลาดบนเฉลี่ย 10 ตัวต่อเดือน อีกทั้งยังได้เป็นผู้นำในการรวบรวมสมาชิกเครือข่ายผู้เลี้ยงแพะ-แกะ ซึ่งทำให้มีอำนาจต่อรองราคากับผู้ซื้อได้ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์แพะ-แกะ โดยทำการฟอกหนังเพื่อทำเป็นหมวก เข็มขัด กระเป๋า รองเท้า เพื่อจำหน่าย สำหรับนมแพะได้นำน้ำนมแพะมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่าง ๆ อาทิเช่น ครีมบำรุงผิว สบู่ เป็นต้น
ในปีที่ผ่านมา คุณเชาวรัตน์ มีรายได้จากการทำฟาร์มแพะ-แกะ ประมาณ 1,128,000 บาท จากการขายพันธุ์แพะ 300,000 บาท แพะขุนทั่วไป 288,000 บาท แพะขุนร่วมงานพิธีรอมาดอน เมาลิดกลาง 200,000 บาท แกะส่งตลาดบน 240,000 บาท และผลิตภัณฑ์แพะ-แกะ เช่น กระเป๋า เข็มขัด เก้าอี้ 100,000 บาท
ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่าง ๆ
- เป็นผู้นำในการรวมตัวกันของผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่ตำบลลำสมพุง โดยจัดตั้งเป็นชมรมส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์แพะ-แกะ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการ ด้านการตลาดของเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่ ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 215 ราย และคุณเชาวรัตน์ ได้รับเลือกให้เป็นประธานกรรมการตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา
- เป็นผู้นำนโยบายการขายรวมกันในราคาเดียว โดยประสานกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย (สมาชิกชมรม) ทำให้สามารถขายได้ในราคาสูงในปีที่ผ่านมา สมาชิกชมรมสามารถรวบรวมแพะจำหน่ายได้เฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 100 ตัว คิดเป็นมูลค่า 1,800,000 บาท
- ให้การสนับสนุนด้านการฝึกงานด้านการเลี้ยงแพะ-แกะให้กับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี เป็นต้น
- เป็นที่ฝึกอบรมด้านการเลี้ยงแพะให้เกษตรกรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
- เป็นผู้นำในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการเลี้ยงแพะในด้านการพัฒนาสายพันธุ์ การให้อาหารสัตว์ การจัดการด้านสุขภาพสัตว์ โดยร่วมวิจัยกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ใช้จุลินทรีย์ผสมในน้ำดื่มของแพะ-แกะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยได้ของอาหาร และลดกลิ่นของมูลแพะ-แกะที่ถ่ายออกมา
- ฉีดพ่นฟาร์มด้วยน้ำจุลินทรีย์เพื่อลดกลิ่นรบกวนและแมลงวัน
- ใช้จุลินทรีย์หมักมูลแพะ-แกะให้ย่อยสลายเร็วก่อนนำไปใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์แก่พืช แปลงหญ้า ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
- ลดการตัดไม้ในฟาร์ม แล้วนำใบไม้ต่าง ๆ มาหมักเป็นอาหารแพะ-แกะ ภายใต้โครงการ “ใบไม้แลกเงิน”
- การนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเป็นอาหารแพะ-แกะ ลดการเผาทำลายอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน
ที่มา:กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2552”, 2552.
