การศึกษา ประถมศึกษาชั้นปีที่ 4
สถานภาพ สมรสกับนางอุไร ไกรสุทธิ์ มีบุตรชาย 1 คน
ผลงานดีเด่น
ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค
หลังจบประถมปีที่ 4 ออกมาช่วยพ่อและแม่ทำนา ต่อมาปี 2520 แต่งงานมาประกอบอาชีพทำนาและสวนยาง ได้ต่อสู้ ขยัน อดทน เก็บเงินซื้อที่ดิน 18 ไร่ มีแนวคิดพัฒนาพื้นที่เดิมที่ซื้อมาเป็นที่นาถูกน้ำท่วมพัดพาหน้าดินเสียหาย ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ จึงหาทางปรับปรุงบำรุงดินได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรระดับตำบล ซึ่งแนะนำให้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดิน และได้สมัครเป็นหมอดินอาสาเพื่อต้องการหาความรู้ และบริหารจัดการที่ดินให้มีการพัฒนาดีขึ้น ต่อมาได้มีการปรับปรุงฟาร์มของตนเอง โดยการวางผังฟาร์มให้มีการปลูกพืชผสมผสานยกร่องพื้นที่ทำนาเป็นร่องสวนและเลี้ยงปลาในร่องสวน ทำการเกษตรในรูปแบบไร่นสวนผสม มีการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยปลูกหญ้าแฝกบริเวณสันร่องสวนและปรับปรุงโครงสร้างดิน เพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุโดยใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้พื้นที่ที่มีสภาพดินแห้งแล้งดินเลวฟื้นฟูคืนความอุดมสมบูรณ์ได้ ตั้งแต่ปี 2533 ได้ทำนาในลักษณะข้าวอินทรีย์ เก็บไว้บริโภคที่เหลือขาย แบ่งปันพื้นที่บางส่วนได้ให้เกษตรกรยากจนทำนาสำหรับบริโภค นายไม มีความเพียรพยายาม อดทน มานะในการศึกษาหาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทดลองศึกษาหาความถูกต้อง และใช้เวลาอย่างคุ้มค่า เป็นครอบครัวที่เตรียมพร้อมเพื่อรับการพัฒนาและเรียนรู้อยู่เสมอ จนได้รับเลือกให้เป็นจุดสาธิตและถ่ายทอดจากศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลในเรื่องไร่นาสวนผสม และทำหน้าที่เป็นวิทยากรเกษตรอย่างเต็มใจและมีความรู้ประสบการณ์การบริหารจัดการดินได้อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างยั่งยืน
ผลงานความสำเร็จทั้งปริมาณ คุณภาพ ระยะเวลา ความยั่งยืน
ได้ปรับปรุงพื้นที่นาข้าวเป็นแปลงไร่นาสวนผสม ทำพื้นที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์และวางแผนการผลิตจากการทำกิจกรรมการเกษตรเชิงเดี่ยว โดยเปลี่ยนรูปแบบการผลิตทางการเกษตรให้มีกิจกรรมหลากหลาย มีการวางผังฟาร์ม จัดระบบการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง เป็นการเกษตรแบบผสมผสานที่มีกิจกรรมเกื้อกูลเอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน เช่น ปลูกไม้ผล พืชผัก พืชสมุนไพร เลี้ยงสุกร และเลี้ยงปลาในร่องสวน ในพื้นที่ยกร่องสวนได้จัดระบบการปลูกพืชแซมกันในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่างเปล่า ปลูกมะพร้าวน้ำหอมล้อมรอบบนพื้นที่คันโอบเพื่อเป็นไม้บังลมที่ดี และปลูกพืชปุ๋ยพืชสดและพืชอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยปลูกคลุมดินใต้โคนต้น และรอบ ๆ แปลง เช่น ถั่วพร้า ปอเทือง หญ้าแฝก มีการสะสมพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ทั้งพืชผักพื้นบ้านไว้ศึกษาและใช้ประโยชน์แก่ผู้มาทัศนศึกษาได้รับความรู้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง มีการจัดระบบการให้น้ำผสมผสานกันระหว่างภูมิปัญญาพื้นบ้านกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้กระบอกไม้ไผ่ในฟาร์มทำเป็นท่อน้ำจากที่สูงแล้วพาดไปสู่ต้นไม้ผลและพืชผัก เพื่อรดน้ำตอนเย็น โดยไม่ต้องเดินไปในสวนและไปเสียเวลารดตามต้นและปลอดภัยจากงูหรือสัตว์มีพิษ ในปัจจุบันได้พัฒนาแปลงไร่นาสวนผสมเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร เรื่องไร่นาสวนผสม เป็นการบูรณาการของหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เป็นอย่างดี เกิดความยั่งยืน มีฐานเรียนรู้ต่าง ๆ ภายในฟาร์มรวมทั้งสิ้น 13 ฐานเรียนรู้ ซึ่งเป็นฐานสำหรับศึกษาในเรื่องการบำรุงดิน การทำปุ๋ยต่าง ๆ การใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝก การจัดระบบน้ำร่วมกับการใช้ปุ๋ย เป็นต้น นายไม ดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการปฏิบัติตนเอง เป็นที่ยอมรับของชุมชนและเกษตรกรได้มาดูงานฟาร์มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการดำเนินงานปี 2551 ปีที่ผ่านมาทำให้มีรายได้ทั้งสิ้น 144,578 บาท และหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด 55,146 บาท มีกำไรสุทธิ 89,432 บาท
ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อส่วนรวม
นายไม ไกรสุทธิ์ ประสบความสำเร็จในอาชีพการเกษตรและยังเผื่อแผ่มีใจโอบอ้อมอารี มีเมตตาแก่ชาวบ้านหรือเกษตรกรรายอื่น ๆ มาใช้ประโยชน์ที่ดินทำกินของตนเองทำให้พื้นที่มีการพัฒนาแปละใช้ประโยชน์สูงสุดในการผลิต จากประสบการณ์ได้ไปทัศนศึกษาดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ และได้รับการสนับสนุนทางด้านวิชาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงทำให้เป็นวิทยากรเกษตกรที่มีความรู้ความสามารถและเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่ใฝ่หาความรู้
การเป็นผู้นำ
- เป็นวิทยากรประจำศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล
- เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ได้รับการยกย่องเป็นปราชญ์ของแผ่นดินจังหวัดตรัง
- เป็นกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล
- เป็นวิทยากรบรรยายความรู้เรื่องไร่นาสวนผสม การปรับปรุงบำรุงดิน การทำปุ๋ยหมัก การทำน้ำหมักชีวภาพแก่เกษตรกรในชุมชนและจังหวัดต่าง ๆ ที่มาทัศนศึกษาดูงาน
- เป็นวิทยากรบรรยายความรู้เกี่ยวกับการผลิตถ่านไม้จากเศษไม้ กิ่งไม้ ผลไม้ โดยเตาเผาถ่านประสิทธิภาพสูงแบบตั้ง รวมทั้งวิธีการดักกลั่นน้ำส้มควันไม้มาใช้ประโยชน์ ตามโครงการแผนพลังงาน 80 ชุมชน
- เป็นหมอดินอาสา
การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
- มอบต้นกล้า พันธุ์พืชผัก เช่น ผักกูด ผักกาด แก่จุดสาธิตของโรงเรียนและพันธุ์ไม้ผลแก่เพื่อนบ้าน
- แบ่งพื้นที่นาให้เกษตรกรทำกิน (ทำนาข้าว)
- สนับสนุนกิจกรรมทางศาสนา เช่น ทอดกฐินและผ้าป่า
- สนับสนุนการสาธิตผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชเป็นเชื้อเพลิง เครื่องสีข้าวในชุมชน
- สนับสนุนส่งเสริมวิสาหกิจชุมขน
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ด้วยสภาพพื้นที่เคยถูกน้ำท่วมและมีตะกอนทรายทับถม ทำให้พื้นที่ไม่เหมาะสมต่อการทำนา การปลูกพืช ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ มีน้ำเพียงน้ำฝนที่เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรได้เล็งเห็นถึงปัญหาอุปสรรคเหล่านี้ จึงพยายามพัฒนาพื้นที่ทำกินของตนเองให้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งผลิตอาหารอย่างเพียงพอ และให้เกิดความยั่งยืนไปตลอดจึงต้องอนุรักษ์พื้นที่ดิน อนุรักษ์ไม้ที่กินได้ และระบบนิเวศเกษตรให้มีความหลากหลายเกื้อกูลกัน และที่สำคัญคือ
- สิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศเกษตรจะต้องไม่ถูกกระทบ ไม่ถูกทำลายด้วยการไม่เผาตอซังฟางข้าว ไม่เผาเศษซากพืช กิ่งไม้ต่าง ๆ แต่นำกลับมาใช้ประโยชน์ปรับปรุงโครงสร้างดิน เพื่อให้อุ้มน้ำเก็บธาตุอาหารไว้
- การปลูกหญ้าแฝกรอบโคนต้นไม้ผล และแนวขอบร่องน้ำ คูน้ำป้องกันพังทลายของดินและรักษาความชื้นในดิน
- ไม่ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยเน้นเกษตรอินทรีย์
- เลี้ยงผึ้งมิ้ม ตัวต่อ เป็นตัวห้ำ กำจัดตัวหนอนและตัวอ่อนแมลง และช่วยผสมเกสร
- อนุรักษ์ป่าสาคู เพื่อดูดซับน้ำและเป็นที่อยู่อาศัยของปลาวางไข่
- ปรับสภาพภูมิทัศน์ของฟาร์มให้มีความร่มรื่น สวยงาม เย็นตากับกิจกรรมในฟาร์มได้อย่างสมดุล มีความหลากหลายทางชีวภาพไม่ให้เกิดความแห้งแล้ง มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ
ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "ประวัติและผลงานเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2552", 2552.
