เนื่องจากหมู่บ้านของเกษตรกรตั้งอยู่ริมแควหนุมาน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจะเกิดปัญหาอุทกภัยเกือบทุกปี เกษตรกรส่วนใหญ่ทำการเกษตรและปลูกผักกระเฉดไว้ขายส่งในตลาดท้องถิ่น เมื่อเกิดอุทกภัยผักกระเฉดที่ปลูกไว้จะจมน้ำเสียหาย และมีผักกระเฉดบางส่วนชะลูดน้ำขึ้นมา เกษตรกรจึงเก็บผักกระเฉดชะลูดน้ำไปขายในตลาด พบว่าจำหน่ายได้ราคาดี มีรสชาติอร่อยและกรอบมากกว่าผักกระเฉดแบบเดิม จึงหันมาปลูกผักกระเฉดชะลูดน้ำกันอย่างแพร่หลายและนอกจากนี้ได้มีการรวมกลุ่มแม่บ้านทำผักกระเฉดชะลูดน้ำในชุมชน
การปลูกผักกระเฉดชะลูดน้ำ
การเตรียมดิน ทำการไถดะ 1ครั้ง แล้วตามด้วยไถแปรหรือคราดอีก 1ครั้ง
การเตรียมแปลงพันธุ์
- ซื้อพันธุ์ผักกระเฉดที่มีปอด ยาวประมาณ 1 เมตร
- นำมามัดรวมกันประมาณ 10 ยอด
- นำผักกระเฉดมามัดกับหลักไม้ไผ่ยาวประมาณ 1.5 เมตร
- ระยะห่างระหว่างกอ 2 เมตร
- ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-8-8 15 กิโลกรัม/ไร่ รวมกับปุ๋ยคอก และปุ๋ยชีวภาพ
วิธีการปลูก/ระยะปลูก
- คัดเลือกยอดผักกระเฉดที่มีความสมบูรณ์จากแปลงพันธุ์ นำมามัดรวมกันให้ได้กำละ 10-15 ยอด นำยอดที่มัดรวมกันแล้วผูกกับหลักไม้ไผ่
- นำหลักไม้ไผ่ที่มียอดผักกระเฉดผูกติดอยู่ไปปักในแปลงที่จะทำชะลูดน้ำ ปักให้จมน้ำลึกประมาณ 1.5 เมตร ระยะห่างระหว่างหลักไม้ไผ่ประมาณ 50-60 ซม. ทิ้งไว้ 2-3 คืน โดยปักให้ห่างจากพื้นดินประมาณ 20 ซม.
วิธีการเก็บผลผลิต เมื่อครบกำหนดนำผักกระเฉดที่กดน้ำไว้ขึ้นมาตัดแต่งทำความสะอาด ให้ยาวประมาณ 50-70 ซม. การจำหน่ายมีทั้งปลีกและส่ง ขนาดกำละ 12-14 ยอด ราคาขายปลีกกำละ 5 บาท และราคาขายส่ง 3 กำ 10 บาท
การทำผักกระเฉดชะลูดน้ำควรปลูกในแหล่งน้ำสะอาด มีการไหลเวียน จะทำให้ผักกระเฉดชะลูดน้ำได้ดี การปลูกผักกระเฉดชะลูดน้ำทำให้เกษตรกรมีรายได้มากกว่าการปลูกผักกระเฉดแบบเดิม สามารถทำเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรได้
ที่มา:
- สถาบันสร้างเสริมนวัตกรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียง กรมส่งเสริมการเกษตร “นวัตกรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียงองค์ความรู้ของเกษตรกรและชุมชน”, 2552.
- นางพรทิพย์ อยู่ยงค์ เจ้าพนักงานการเกษตร 6 สำนักงานเกษตรอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โทรศัพท์ 0-3728-8356
