ประวัติความเป็นมา
หมู่บ้านบาลูกายามู อยู่ในตำบลลำหารเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากในอดีต ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับทรัพยากรในป่า มีการนำต้นไม้มาใช้สร้างบ้านเรือนและเป็นยารักษาโรค ต่อมาเมื่อมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านวัตถุเข้ามาสู่ชุมชน เริ่มจากการสร้างถนนทางหลวงหมายเลข 0495 ทำให้ชุมชนได้รับผลกระทบเกิดอุทกภัยทุกปี ส่งผลต่อการประกอบอาชีพการเกษตรอย่างหนัก ชาวบ้านจึงหันมาประกอบอาชีพรับจ้างขายแรงงานออกไปทำงานนอกบ้าน บางคนต้องเดินทางไปมาเลเซีย ความสัมพันธ์แบบเดิม ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปผลกระทบทำให้ชาวบ้านมีรายได้น้อย หน่วยงานราชการได้เข้ามาดำเนินการเพื่อนำไปสู่การพัฒนา แต่ส่วนใหญ่โครงการเกิดจากความต้องการของบุคคลหรือหน่วยงานราชการ ขาดการมีส่วนร่วมของชาวบ้านอย่างแท้จริง ในปี 2549 จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้น โดยมีการฝึกการทำกระเช้าประดิษฐ์จากย่านเถาวัลย์ ที่มีวัตถุดิบในท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนการผลิต และสมาชิกกลุ่มได้คิดกันต่อว่าจะทำอย่างไรให้กลุ่มสามารถยั่งยืนได้โดยการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของชุมชน
หลักคิด
จากการศึกษาและวิจัยสภาพพื้นที่บ้านบาลูกายามู พบว่ามีการงอกของย่านเถาวัลย์ต้นนมแมวและย่านตาปลา ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีประโยชน์และสามารถสร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้ จึงมีการจัดประชุม การทำเวทีทุกเดือนไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง โดยมีหลายหน่วยงานให้การสนับสนุน
วิสัยทัศน์
"เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ นำวัสดุในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า"
กระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
เนื่องด้วยการรวมกลุ่มกระเช้าประดิษฐ์จากย่านเถาวัลย์ เป็นกลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวของชุมชนเป็นครั้งแรกของชุมชนเอง ยังไม่มีความรู้เรื่องระบบการบริหารจัดการที่ดี จึงได้มีการนำสมาชิกกลุ่มไปศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความรู้กับกลุ่มอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อปรับใช้ในการดำเนินงานให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
การบริหารจัดการและการพัฒนากิจกรรม
โดยการรวมกลุ่ม แบ่งบทบาทหน้าที่ ประกอบด้วย การเตรียมอุปกรณ์ การผลิต การตั้งราคาสินค้า
แนวทางการระดมทุน การเชื่อมโยงกับแหล่งทุนและแหล่งสนับสนุนอื่น ๆ ดังนี้
- กศน. สายบุรี สนับสนุนเงินจำนวน 12,000 บาท
- องค์การบริหารส่วนตำบลละหาร สนับสนุนเงินจำนวน 20,000 บาท
- การเก็บเงินบำรุงกลุ่มเป็นเงินกองกลางใช้ในการบริหารจัดการกลุ่ม
กระบวนการคิดในการแก้ไขปัญหา
มีการจัดเวทีประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและจะเชิญหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนเข้ามาร่วมประชุม โดยเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็จะชี้แจงในเวทีประชุมและช่วยกันหาข้อยุติของปัญหา
ปัจจัยที่ส่งเสริมให้สำเร็จ
- สร้างความชัดเจนในเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของกลุ่ม แบ่งบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน
- การทำงานเป็นกลุ่มและเงื่อนไขที่ไม่ให้เกิดความแตกแยกภายในกลุ่ม
- การจัดการให้เกิดการพูดคุยติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
- การร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน ร่วมกันปฏิบัติ และร่วมกันแก้ปัญหาของกลุ่ม
- จากผลการดำเนินงานของกลุ่มที่เน้นคุณภาพมากกว่าเน้นปริมาณ
ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.
