วิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์บ้านดอนคา

สถานที่ติดต่อ
ที่อยู่: 
ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี
รหัสไปรษณีย์: 
80320
จังหวัด: 
นครศรีธรรมราช
ผู้ประสานงาน: 
นายวิโรจน์ คงปัญญา
โทรศัพท์: 
0898723368

ประวัติความเป็นมา

ปี 2526 เป็นปีที่เริ่มก่อตั้งกระบวนการเรียนรู้เรื่องออมทรัพย์ของชาวบ้าน บ้านดอนคา มีชาวบ้านร่วมกันจัดตั้งจำนวน 37 คน มีเงินออม 2,700 บาท รวมเป็นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กำหนดการออมเงินทุกวันที่ 4 ของเดือนที่สมาชิกที่ได้มาพบและแลกเปลี่ยนความคิดกัน ได้รู้จักสนิทสนมกันช่วยเหลือเกื้อกูลมีเมตตาอารีต่อกัน ส่วนที่สำคัญคือเกิดการออมและเกิดทุนทางสังคมอย่างมั่นคง ปัจจุบันมีนายวิโรจน์ คงปัญญา เป็นประธาน สมาชิกจำนวน 9,025 คน มีทรัพย์สินและเงินออมจำนวน 70,658,016.48 ล้านบาท และยกฐานะมาเป็นวิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์บ้านดอนคา

หลักคิด/วิธีคิดในการพัฒนา  แนวคิดในการจัดตั้งกลุ่มเกิดจากการผสมผสานระหว่างแนวความคิดของสหกรณ์การเกษตร เครดิตยูเนี่ยนและสินเชื่อเพื่อการเกษตร ได้แก่

  1. แนวความคิดที่ 1 เป็นการรวมคนในหมู่บ้านให้มาช่วยเหลือกัน ทำอย่างไร จึงจะทำให้คนรวยได้รับโอกาสช่วยเหลือคนจน การรวมคนจึงควรเริ่มจากคนจนที่สุด แล้วดึงคนที่มีฐานะดีมาช่วย อยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า "จนเงินแต่ไม่จนน้ำใจ"
  2. แนวความคิดที่ 2 คนชนบทขาดแคลนเงินลงทุน เพราะการพัฒนาอาชีพที่จะให้เกิดผลดีนั้นจะต้องอาศัยวิชาการสมัยใหม่การหาเเงนเพื่อมาลงทุนยังเป็นสิ่งจำเป็น แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก การกู้เงินต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราสูง หรือต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน การหันมาช่วยตัวเองโดยการรวมกลุ่มออมเงินแล้วกู้ไปใช้ทำทุนน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
  3. แนวความคิดที่ 3 ทำงานด้วยความขยันอย่างฉลาด นำเงินไปแล้วต้องลงทุน ต้องขยันเพื่อให้ได้ทุนคืนและมีกำไรเป็นรายได้
  4. แนวความคิดที่ 4 ลดต้นทุนการกินอยู่ในครอบครัว โดยการจัดตั้ง "ศูนย์สาธิตการตลาด" เพื่อให้สมาชิกได้ซื้อของราคาถูก มีคุณภาพดี หากลดต้นทุนการกินอยู่ในครอบครัวได้ก็จะมีเงินออมมากขึ้น เป็นทุนในการประกอบอาชีพได้มากขึ้น

แนวทางการบริหารจัดการ

  1. ปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้สึกว่ากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตนั้นเป็นของประชาชน สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ ความรับผิดชอบในการดูแลเอาใจใส่
  2. การพึ่งตนเอง โดยการฝึกนิสัยการประหยัดแล้วนำมาออม
  3. หลักคุณธรรม สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม
  4. หลักการควบคุมกันเอง สมาชิกทุกคนจะต้องให้ความสนใจ คอยสอดส่องดูแล ถือเป็นการตรวจสอบซึ่งกันและกัน

การพัฒนากิจกรรม

  1. ส่งเสริมการพัฒนาบุคคล ครอบครัว และสังคมโดยทั่วไป
  2. ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพของสมาชิก
  3. ส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักดำเนินงานของกลุ่มด้วยตัวเองตามหลักประชาธิปไตย
  4. ส่งเสริมให้สมาชิกออมทรัพย์ ด้วยความสมัครใจเป็นประจำสม่ำเสมอ
  5. จัดบริการรับฝากเงินจากสมาชิก และจัดหาทุนการบริการให้กู้เงิน เพื่อการลงทุนประกอบอาชีพและสวัสดิการของครอบครัว
  6. จัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก คุ้มครองสิทธิและรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก
  7. ร่วมมือกับกลุ่มอาชีพอื่น ๆ ที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม ดำเนินการส่งเสริมอาชีพจัดบริการรับฝากเงินและให้เงินกู้แก่กลุ่มที่เป็นสมาชิก

กระบวนการคิดในการพัฒนา

  1. ฝึกฝนอบรมคนให้พัฒนาตนเองและสังคม ร่วมมือช่วยเหลือกันในด้านเศรษฐกิจ รู้จักประหยัดทรัพย์และนำมาสะสมพร้อมกันเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อเป็นทุนกองกลาง
  2. ช่วยสร้างความยุติธรรมในสังคม โดยการนำรายได้ทุกบาททุกสตางค์มาแบ่งปันในรูปทุนส่วนรวม ในรูปเงินปันผลและเฉลี่ยคืน
  3. ปลูกฝังและส่งเสริมประชาธิปไตย เคารพศักดิ์ศรีของคน สมาชิกมีสิทธิ์ มีเสียงเท่ากัน ไม่ว่าจะมีสะสมมากน้อยเท่าไร
  4. สร้างความสามัคคี ทำงานร่วมกันจะช่วยให้แก้ปัญหาของตนเองได้ มีพลัง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  5. ฝึกผู้นำที่มีความสามารถ ซื่อสัตย์ เสียสละต่อส่วนรวมและผลิตผู้นำขึ้นมาทำงานเพื่อหมู่คณะ หมุนเวียนเปลี่ยนกันไปตามวาระการเป็นกรรมการไม่มีใคร "ครองเก้าอี้" ไปตลอด จึงไม่มีการเหลิงอำนาจ

องค์ความรู้ที่โดดเด่น

  1. ฝึกฝนสมาชิกให้ช่วยกันประหยัดทรัพย์ แล้วนำมาสะสมทีละเล็กน้อยเป็นประจำสม่ำเสมอ
  2. ฝึกอบรมให้รู้จักพึ่งตนเอง ฝึกให้มีวินัยประจำตัว
  3. ฝึกอบรมให้คิดช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
  4. ฝึกอบรมสมาชิกให้รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตน ตามระบบประชาธิปไตย
  5. พัฒนาความเป็นผู้นำที่ดี กลุ่มออมทรัพย์ฯ จะช่วยผลิตผู้นำที่ดีในสังคม
  6. พัฒนาเยาวชน ให้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติตามหลักการสหกรณ์ได้อย่างจริงจังมีประสิทธิภาพ

 ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.

ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน
เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ
แหล่งเรียนรู้นวัตกรรม
แหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืน
แหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน