ประวัติความเป็นมา
ชุมชนบ้านเขาแหลมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชเป็นประจำ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และทำให้ดินเสื่อมสภาพ ผลผลิตตกต่ำ และต้นทุนการผลิตสูง เกษตรกรต้องขาดทุนและแบกรักภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น จึงได้รวมกลุ่มกันผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนการผลิต และได้จัดตั้งกลุ่มปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยใช้พื้นที่ตัวเองเป็นแปลงสาธิต จนกลายเป็นที่ยอมรับทั้งภายในและภายนอกชุมชน ต่อมากลุ่มขาดแคลนเงินทุน จึงได้ระดมทุนโดยการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตและรับสมาชิกเพิ่มขึ้น และหลักจากนั้นกลุ่มประสบปัญหาวัตถุดิบหายากและมีราคาแพง จึงได้ตั้งโรงสีชุมชนรับสีข้าวจากสมาชิก ทำให้มีวัตถุดิบที่เพียงพอสำหรับการผลิตเพื่อจำหน่ายในชุมชนและนอกชุมชน อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาของชุมชนในการเดินทางไปสีข้าวที่อื่น ซึ่งไกลจากชุมชนมาก ปัจจุบันกลุ่มได้ขยายกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นรวม 12 กิจกรรม มีสมาชิกทั้งสิ้น 711 ราย
หลักคิด
พัฒนาผู้นำและสมาชิกให้มีความรู้ เพื่อนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการดำเนินกิจการของกลุ่มให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สมาชิกทุกคนต้องร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกันแก้ไขปัญหา รักสามัคคี และมีความเสียสละส่วนตนเพื่อส่วนรวม
วิสัยทัศน์
"วิสาหกิจชุมชนบ้านเขาแหลม จะร่วมใจกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้อยู่ดี กินดี มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน"
แนวทางการบริหารจัดการ
- ด้านการบริหารจัดการ มีคณะกรรมการที่แบ่งบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน มีกฎระเบียบของกลุ่ม มีการประชุม มีการจัดทำบัญชี มีการออมทรัพย์ มีสวัสดิการ เป็นต้น
- ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการจัดเวทีชาวบ้าน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก มีการนำองค์ความรู้เข้ามาพัฒนาต่อยอดในกลุ่มของตนเองอย่างต่อเนื่อง
การพัฒนากิจกรรม
กิจกรรมที่ดำเนินการ มีจำนวน 12 กิจกรรม ได้แก่ กลุ่มปุ๋ยหมักชีวภาพ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โรงสีชุมชน กลุ่มเกษตรผสมผสาน กลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มสมุนไพร กลุ่มปลูกป่าหัวไร่ปลายนา กลุ่มน้ำยาเอนกประสงค์ กลุ่มอาชีพเสริม (เลี้ยงหมู ปลา เพาะเห็ด) กลุ่มสวัสดิการ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มแปรรูปตอไม้เฟอร์นิเจอร์
แนวทางการระดมทุน
มีการออมทรัพย์ประจำเดือน หน่วยงานให้การสนับสนุนและกู้ยืมจากแหล่งทุน
องค์ความรู้ที่โดดเด่น
- การทำปุ๋ยเซฟสูตร NPK
- การจัดตั้งกองทุนต่างๆ สำหรับสมาชิกและชุมชน เช่น กองทุนข้าวปลอดสารให้สมาชิกยืมกิน กองทุนฉุกเฉินยามเจ็บป่วย กองทุนหมุนเวียนสำรองวัตถุดิบในการทำปุ๋ยให้กับชุมชนเพื่อเรียนรู้ กองทุนอาชีพเสริมในฤดูว่างงาน กองทุนกู้ยืม และกองทุนสวัสดิการคืนสู่ชุมชน
- การแลกเปลี่ยนสินค้าในชุมชนและนอกชุมชน เช่น แลกข้าวเปลือกกับปุ๋ย การแลกข้าวสารกับมังคุด
- เปลี่ยนวิธีการปลูกพืชจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาปลูกพืชแบบผสมผสาน
- การเปิดตลาดขายสินค้าโดยให้สมาชิกนำผลิตผลมาขายในชุมชนทุกวันอาทิตย์ ซึ่งถูกกว่าท้องตลาด เช่น เนื้อหมู ปลา ผักปลอดสาร เห็ด หน่อไม้สด สมุนไพร ฯลฯ
- การส่งเสริมให้ปลูกพืชเพื่อเป็นวัตถุดิบแทนการนำมาจากป่าสงวน
ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.
