แนวคิด/ความเป็นมา
จากสถานการณ์การย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยและบุกรุกป่าเพื่อทำการเกษตรในพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ชุมชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่จึงเกิดแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าได้ และได้เริ่มแนวคิดการทำเกษตรผสมผสานและเกษตรสี่ชั้น และทดลองใช้อยู่ระยะหนึ่ง (ปี 2536-2537) ปรากฏว่าได้ผลที่น่าพอใจ ชุมชนจึงขอใช้พื้นที่ของหน่วยอนุรักษ์ต้นน้ำพะโต๊ะ เป็นศูนย์กลางของกิจกรรม และในปี 2549 ทางหน่วยอนุรักษ์ต้นน้ำพะโตะได้จัดสรรงบประมาณช่วยในการรวบรวมสมาชิกในชุมชนที่อยู่กลางป่ามาเรียนการฝึกอบรมความรู้ เพื่อให้ความรู้เรื่องการทำการเกษตร การใช้น้ำ การใช้ดิน ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ซึ่งทำให้ชุมชนมองเห็นปัญหาต่อมาก็เริ่มปฏิบัติด้วยตนเอง ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการบุกรุกแนวป่า หันมาใช้พื้นที่ ๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ปี 2551 สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ได้จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน มีพื้นที่ถือครอง 200 ไร่ เป็นที่ของหน่วยอนุรักษ์ และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ถือครองในการทำกิจกรรมของศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาบ้านได้ตลอดทั้งปี
กิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้
ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน ดำเนินกิจกรรมโดยใช้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตโดยปลูกผักไว้บริโภคในครัวเรือน ผลิตปุ๋ยใช้เองเพื่อลดการพึ่งพาจากภายนอก มีการถ่ายทอดความรู้และกิจกรรมด้านการเกษตรอินทรีย์และเกษตร 4 ชั้น การศึกษาระบบนิเวศน์ต้นน้ำ การจัดการชุมชนให้อยู่ร่วมกับป่า โครงการคนอยู่-ป่า การอบรมวิทยากรแกนนำและวิทยากรกระบวนการ วิถีเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อชุมชนคนอยู่กับป่า
กระบวนการถ่ายทอดความรู้ของศูนย์ฯ เน้นเทคนิคการถ่ายทอดที่หลากหลาย ประกอบด้วย การบรรยายมีทั้งในห้องเรียนและที่ฐานเรียนรู้ การสาธิตและฝึกปฏิบัติโดยใช้ฐานเรียนรู้ต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งหมด 3 กลุ่ม ประกอบด้วย (1) ฐานเรียนรู้ครัวเรือน ได้แก่ ฐานเรียนรู้การผลิตจุลินทรีย์ ส้วมตามแนวคิดในหลวง เตาอิวาเตะ สปาน้ำอุ่นจากเตาอิวาเตะ อาคารเรียนรู้ (โอปนยิโก) และฐานเรียนรู้บ้านคนมีน้ำยา (2) ฐานเรียนรู้การจัดการดิน ได้แก่ ฐานเรียนรู้การใช้หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ การใช้จุลินทรีย์ปรับสภาพดิน (3) ฐานเรียนรู้การจัดการป่า ได้แก่ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ธนาคารต้นไม้ และบ้านสมุนไพร (4) ฐานเรียนรู้การจัดการน้ำ ได้แก่ ฐานเรียนรู้ในน้ำมีปลาในนามีข้าวแผ่นดินของเรา เรือนปลูกผักในเขตฝนชุก พลังงานจากน้ำ และโรงสีข้าว และฐานเรียนรู้ จุดกำเนิดน้ำ และประปาภูเขา และการศึกษาดูงาน ด้านธนาคาต้นไม้ของเกษตรกรในตำบลพะโต๊ะ นอกจากนี้ศูนย์ฯ ยังมีสื่อที่ใช้ประกอบการฝึกอบรมประกอบด้วย เช่น เอกสารประกอบการฝึกอบรม เอกสารเผยแพร่ความรู้ โปสเตอร์วิชาการ และวิดีทัศน์เรื่องต่าง ๆ โดยศูนย์เปิดอบรมในหลักสูตรเรื่อง "การพัฒนากสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง" ประกอบด้วย วิชาการทำบัญชีครัวเรือน การจัดการดิน (คืนชีวิตให้แผ่นดิน) การจัดการน้ำ (จากภูผาสู่มหานที) การจัดการป่า (ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง) และวิชาการจัดการพลังงาน ฝึกอบรม 10 รุ่น ๆ ละ 70 คน รุ่นละ 4 วัน และในอนาคตศูนย์ฯ กำลังดำเนินการพัฒนาเนื้อหาเพิ่มเติมในเรื่อง เตาเผาซูเปอร์อั้งโล่ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ส่วนด้านการศึกษาดูงานจะเพิ่มแหล่งศึกษาดูงานให้มากกว่าเดิม โดยใช้พื้นที่ในตำบล
ความสำเร็จ/ผลที่ได้รับ/จุดเด่น
- เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาการเกษตรและการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ยั่งยืน เกษตรอินทรีย์และเกษตร 4 ชั้น การศึกษาระบบนิเวศน์ต้นน้ำ การจัดการชุมชนให้อยู่ร่วมกับป่า โครงการคนอยู่-ป่า
- มีการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยอนุรักษ์ต้นน้ำพะโต๊ะ ซึ่งทำให้เกิดการทำงานร่วมกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าต้นน้ำโดยชุมชนและรัฐท้องถิ่นดำเนินการร่วมกันตามแนวทางการจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน
