ประวัติความเป็นมา
จากการเข้ามาทำกระบวนการแผนแม่บทชุมชนของมูลนิธิหมู่บ้าน ในปี 2543 ได้วิเคราะห์แผนแม่บทชุมชนตำบลร่มเมือง พบว่ามีรายจ่ายค่าปุ๋ยเคมีทางการเกษตร ปีละกว่า 6 ล้านบาท คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนและแกนนำจัดทำแผนแม่บทชุมชนจึงได้มีแนวคิดในการลดรายจ่ายค่าปุ๋ยเคมีดังกล่าว จึงทำการแปรแผนแม่บทชุมชนเป็นแผนวิสาหกิจชุมชน วิเคราะห์ระบบวิสาหกิจปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพขึ้น เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2546 ในช่วงแรกได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในการจัดซื้อเครื่องอุปกรณ์ และเงินทุนหมุนเวียน วงเงิน 142,104 บาท และได้รับการสนับสนุนการเรียนรู้ทางวิชาการจากโครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยอาจารย์จำนง แรกพินิจ และเครือข่ายภูมิปัญญาไทจังหวัดพัทลุง มีการเปิดรับหุ้นจากสมาชิก ประชาชนและกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ทั้งในและนอกตำบลร่มเมือง จนสามารถขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 4 ตัน/วัน
หลักคิด
ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่มีคุณภาพดีให้แก่ชุมชน การเกษตรแบบปลอดภัยจากสารพิษ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ลดรายจ่ายในส่วนของต้นทุนการผลิต และเป็นสวัสดิการรูปแบบหนึ่ง
แนวทางการบริหารจัดการ
บริหารงานในรูปของคณะกรรมการ มีการประชุมทุกเดือน เพื่อติดตามการดำเนินงานของศูนย์ฯ วางแผนและปรับปรุงประสิทธิภาพ การดำเนินงานเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดียิ่งขึ้น โดยการนำข้อมูลผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคมาใช้ในการพิจารณาวิเคราะห์ มีการเรียนรู้ที่ผ่านกระบวนการปฏิบัติจริง
การพัฒนากิจกรรม/กิจกรรมที่ดำเนินการ
ดำเนินการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดปั้นเม็ด ขนาดบรรจุกระสอบละ 50 กิโลกรัม มีกำลังการผลิต 1 ตัน/วัน ใช้คนงานซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในการผลิต จำนวน 5 คน/วัน การผลิตใช้วัตถุดิบส่วนหนึ่งจากท้องถิ่น อาทิ มูลวัว แกลบดำ รำ และส่วนหนึ่งสั่งซื้อจากบริษัทผู้ผลิตวัตถถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต ได้แก่ มูลไก่ ฮิวมัส มูลค้างคาว และแร่ธาตุธรรมชาติ จำพวก โดโลไมท์ ฟอสเฟต แคลเซียม พูไมไซด์
แนวทางการระดมทุน
- เงินหุ้น เป็นเงินที่ได้จากการลงทุนร่วมของสมาชิกองค์กร เครือข่าย และบุคคลทั่วไป โดยกำหนดวงเงิน หุ้น ๆ ละ 100 บาท และมีการแบ่งเพดานการถือหุ้น
- เงินสนับสนุนจากองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
- เงินบริจาค
กระบวนการคิดในการแก้ปัญหา
จากการดำเนินงานซับซ้อนมากขึ้นตามสถานการณ์ของชุมชน และสังคมภายนอก การแก้ปัญหาจึงเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน อาศัยทั้งมิติการวิเคราะห์ทางสังคมและเศรษฐกิจร่วมกัน
องค์ความรู้ที่โดดเด่น
- สูตรการผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพดี ราคาต้นทุนการผลิตต่ำ และใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
- การเชื่อมโยงทุนวิสาหกิจจากแหล่งต่างๆ ทั้งในและนอกชุมชน
- ระบบการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชน
ปัจจัยที่ทำให้สำเร็จ
- การมีระบบทุนชุมชนที่เข้มแข็ง ทำให้ลดปัญหาเรื่องเงินทุนวิสาหกิจชุมชน
- การบริหารจัดการที่อาศัยรูปแบบความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการดำเนินงาน และคนงาน
- การเรียนรู้ที่อาศัยการปฏิบัติงาน
ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.
