ประวัติความเป็นมา
ศูนย์เรียนรู้สานสัมพันธ์เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง เกิดจากกระบวนการเรียนรู้แผนแม่บทชุมชนร่วมกัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จากกระบวนการเรียนรุ้แผนแม่บทชุมชนของสำนักงานกองทุนเพื่อสังคม และมูลนิธิหมู่บ้าน ทำให้เกิดการประสานงานร่วมกันในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่
หลักคิด
กระบวนการทำแผนแม่บทชุมชนทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้การนำทรัพยากรในชุมชนมาประสานกับองค์ความรู้ท้องถิ่น มาจัดการโดยคนในชุมชนในรูปแบบกลุ่ม ผลิตให้คนในชุมชนได้ใช้ของดี และมีคุณภาพ ราคาไม่แพง เรียกว่าวิสาหกิจชุมชน และได้มีการเผยแพร่การเรียนรู้ในเรื่องการทำวิสาหกิจชุมชนสู่บุคคล กลุ่มองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้เข้ามาศึกษาดูงาน และมาอบรมในศูนย์เรียนรู้สานสัมพันธ์เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง
แนวทางการบริหารจัดการ
- ศูนย์ได้มีการบริหารจัดการค่าศึกษาดูงานและฝึกอบรมให้ความรู้กับบุคคลและหน่วยงานทั่วไป ดังนี้ ค่าที่พัก (กรณีพักค้างคืน) คืนละ 100 บาท/คน/คืน ค่าอาหารมื้อละ 75 บาท/คน/มื้อ ค่าวิทยากร 4,800 บาทต่อวัน (8 ชั่วโมง) ค่าบำรุงสถานที่ (กรณี 15 คนขึ้นไป) ครั้งละ 500 - 1,000 บาท ค่าบำรุงเอกสาร 50 บาท/คน
- มีหลักสูตรการอบรมให้กับบุคคลและหน่วยงานทั่วไปในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง วิสาหกิจชุมชนปลูกต้นไม้ กระบวนการสร้างกลุ่มคนและเครือข่าย มีการติดตามประเมินผลจากผู้เข้าร่วมฝึกอบรม และมีการเชื่อมประสานงานกับผู้เข้าฝึกอบรม ซึ่งอาจจะเกิดการเป็นเครือข่ายกันขึ้นมาในโอกาสต่อไป
การพัฒนากิจกรรม
กระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดกระบวนการทำแผนแม่บทชุมชนไปสู่การพึ่งตนเองและชุมชน การรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมวิสาหกิจในครัวเรือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและชุมชน และขยายกิจกรรมสู่ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม เช่น น้ำยาล้างจาน การทำขนม การทำแชมพู ฯลฯ การอบรมเรื่องอาชีพ การปลูกต้นไม้ใช้หนี้ และการดำเนินชีวิตตามแนววิถีเศรษฐกิจพอเพียงนำไปสู่การพัฒนาแบบพึ่งตนเอง
แนวทางการระดมทุน
- การออมทรัพย์ในระดับกลุ่มกิจกรรมของตนเอง
- การประสานงานการดำเนินโครงการต่าง ๆ กับหน่วยงาน องค์กรอื่น
กระบวนการคิดแก้ไขปัญหา
ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าทุกปัญหามีทางแก้ไขได้ การพัฒนาโดยการเรียนรู้ทำให้เกิดทางรอดของครอบครัว ชุมชน และเครือข่าย และต้องพึ่งตนเองได้ 3 ระดับ คือ ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ระดับเครือข่าย
องค์ความรู้ที่โดดเด่น
- ความหลากหลายของทรัพยากรบุคคลในเครือข่าย (วิทยากร)
- การทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ
- ดินระเบิด
- ปุ๋ยหมักแบบเติมฟองอากาศ
- การแปรรูป
- การถนอมอาหาร
- การผลิตของใช้ในครัวเรือน
- การใช้สมุนไพรในการปรุงเป็นอาหารและยา
- องค์ความรู้พื้นบ้าน (ภูมิปัญญาชาวบ้าน)
- การจัดการพันธ์พืช
- การปลูกผักปลอดภัยจากสารเคมี
- การเพาะเห็ด
- การพัฒนาพืชพลังงานทดแทน
กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ
- การจัดสวัสดิการช่วยเหลือผู้ยากลำบากในชุมชน
- การพัฒนาอาชีพสตรีและเยาวชน
- การทำแผนแม่บทชุมชน
- การทำโครงการปลูกต้นไม้
- ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน ฯลฯ
ปัจจัยที่ส่งเสริมให้สำเร็จ
- คณะทำงานเป็นวิทยากรทุกคน
- มีหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นส่วนของภาครัฐ เอกชน อบต. ฯลฯ
ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหน่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.
