ความเป็นมา
ปี 2529 องค์กรพัฒนาเอกชนได้เข้ามาร่วมกับชาวบ้าน เพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาเรื่องของการทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลแม่ทา โดยใช้กระบวนการรวมกลุ่ม และมีการจัดตั้งกลุ่มซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ เพื่อดำเนินกิจกรรมฉางข้าว ธนาคารโค-กระบือ ออมทรัพย์ และจัดซื้อปุ๋ย ฯลฯ ต่อมาในปี 2536 กลุ่มที่เริ่มคิดการพึ่งตนเอง ได้หันมาปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นการลดค่าใช่จ่ายในครอบครัว รวมถึงลดต้นทุนการผลิต โดยการใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ทั้งนี้กลุ่มได้เชื่อมประสานกับเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อจัดการระบบการตลาด มีการดำเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การรณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืน การวางแผนระบบตลาด และการจัดหาปัจจัยการผลิต
ต่อมาในปี 2544 กลุ่มได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทาเพื่อเสริมให้สมาชิกดำเนินธุรกิจร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและช่วยสังคม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิก และส่วนรวมทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม จนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน มีการจัดตั้งสถาบันพัฒนาทรัพยากรและเกษตรกรรมยั่งยืนแม่ทา เพื่อเป็นสถาบันการเรียนรู้ของชาวบ้านในปี 2548 และได้รับคัดเลือกเป็นศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านในระยะต่อมา
กิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้
สถาบันพัฒนาทรัพยากรและเกษตรกรรมยั่งยืนแม่ทามีเป้าหมายคือ เพื่อพัฒนาคนในและนอกชุมชนให้เข้าใจในเรื่องงานทรัพยากรและเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมเรียนรู้จากสิ่งที่ทำ และเพื่อพัฒนาวิทยากรชาวบ้านในการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นต่อไป ทั้งนี้สถาบันฯ ได้จัดทำหลักสูตรเส้นทางเศรษฐี ประกอบด้วย วิชาพัฒนาการและแย่งชิงทรัพยากร การจัดการทรัพยากรโดยชุมชน องค์กรท้องถิ่นกับการจัดการทรัพยากรและเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรม “อุดรูรั่ว” บัญชีครัวเรือน การวิเคราะห์ตนเองผ่านกลุ่มย่อย 3 กลุ่ม การบรรยาย เศรษฐกิจพอเพียงสู่เส้นทางเศรษฐี บทเรียนเกษตรกรรมยั่งยืน กระบวนการกลุ่มและการสืบทอด ระบบนิเวศน์กับเกษตรกรรมยั่งยืนและเทคนิคที่เหมาะสมและแนวคิดหลักการเกษตรกรรมยั่งยืน
ในส่วนของการถ่ายทอดความรู้ สถาบันฯ มีวิทยากรผู้รู้ที่มีประสบการณ์ตรง การแลกเปลี่ยนมีทั้งการบรรยายทั้งในห้องเรียน และนอกอาคาร โดยการบรรยายในห้องเรียน เป็นการทำความเข้าใจ เปลี่ยนแนวคิด พฤติกรรม ส่วนนอกอาคารจะเป็นการชี้ให้เห็นถึงขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน มีการสาธิต การเรียนในทุกวิชาโดยใช้เทคนิคการสาธิตประกอบ ทั้งในห้อง และที่ฐานการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคการสาธิตผล เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เห็น และสามารถเปรียบเทียบคุณภาพของผลผลิตที่ได้จากการปฏิบัติที่แปลงเรียนรู้ของเกษตรกรผู้เป็นสมาชิก นอกจากนี้ยังมีการฝึกปฏิบัติ เป็นการปฏิบัติที่แปลงเรียนรู้ ผู้เข้ารับการอบรมจะได้ฝึกการทำงานในแต่ละฐานการเรียนรู้ร่วมกัน และการอภิปรายกลุ่ม รวมทั้งการศึกษาดูงาน ไร่ตัวอย่างและตลาดทางเลือกในเมือง เป็นต้น
ความสำเร็จ/ผลที่ได้รับ/จุดเด่น
- เป็นศูนย์เรียนรู้ที่มีเนื้อหาเข้มข้น ทั้งในเรื่องแนวคิดและเทคนิคเกษตรกรรมยั่งยืน การตลาดทางเลือก รวมทั้งการจัดการทรัพยากร และการทำการเกาตรผสมผสาน
- ศูนย์ฯ มีการดำเนินงานกับเยาวชน คนรุ่นใหม่ที่สนใจและเรียนรู้ในเรื่องเกษตรอินทรีย์ การปลูกผักปลอดสาร การจัดการผลผลิตและการตลาด และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
- ศูนย์ฯ ให้ความสำคัญกับการติดตามประเมินผลการดำเนินงานแก่เกษตรกรหลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไปเยี่ยมเกษตรกรตามกลุ่มต่าง ๆ ในจังหวัด เพื่อให้เกิดการพัฒนากิจกรรมที่ต่อเนื่อง
