แต่เดิมกลุ่มผู้ปลูกแตงร้าน บ้านสงแคน หมู่ที่ 6 ตำบลชีบน ใช้ฮอร์โมนที่ซื้อจากร้านค้าเคมีเกษตรซึ่งมีราคาแพง นำมาฉีดพ่นให้แตงร้านให้มีผลผลิตสูงตามคำแนะนำของร้านค้า ต่อมามีเจ้าหน้าที่แนะนำเอาเศษพืชอวบน้ำมาหมักเพื่อทำฮอร์โมนจากพืชสำหรับใส่แตงร้าน ทางกลุ่มจึงพัฒนาทำฮอร์โมนจากรกหมูขึ้น เนื่องจากประชากรในหมู่บ้านเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์เพื่อขายลูกสุกรเกือบทุกครัวเรือนและได้นำรกหมูฝังทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ จึงทดลองนำรกหมูมาหมักเพื่อสกัดเอาน้ำหมัก แล้วนำไปฉีดพ่นกับแตงร้าน ทำให้แตงร้านติดผลดี ผลสวยมีคุณภาพ และผลผลิตเพิ่มขึ้น
การผลิตฮอร์โมนจากรกหมู
วัสดุอุปกรณ์
- รกหมู 1 กิโลกรัม
- กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
- ขวดโหลพลาสติก ขนาดบรรจุ 3 กิโลกรัม
วิธีการทำ
- นำรกหมูมาใส่ในขวดโหลพลาสติก เทกากน้ำตาลลงไปในขวดโหลให้ท่วมรกหมู อัตราส่วน 1:1 หมักทิ้งไว้ ประมาณ 15-20 วัน เก็บไว้ในที่ร่มไม่ควรให้โดนแสงแดดในช่วงที่หมักควรจะเปิดฝาขวดแล้วใช้ไม้คนเพื่อขับไล่กลิ่นเหม็น (ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) ถ้ามีกลิ่นเหม็นควรเพิ่มกากน้ำตาลลงไปประมาณครึ่งกิโลกรัม
- เมื่อหมักครบ 15-20 วันแล้ว ให้เปิดฝาขวดดู ฮอร์โมนที่ได้จะมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยว
- ทำการกรองฮอร์โมนที่หมักได้ที่แล้วด้วยผ้าขาวบาง เก็บไว้ในขวดพลาสติกขนาด 1 ลิตร เก็บไว้ในที่ร่มไม่ควรให้โดนแสงแดด แสงสว่างและเก็บไว้ในที่มืด ไม่ควรบรรจุจนเต็มขวดเพราะจะทำให้เกิดการอัดแน่นและอาจทำให้ฮอร์โมนสูญเสียได้
หมายเหตุ ฮอร์โมนรกหมูสามารถเก็บไว้ใช้ได้ 6 เดือน หากครบ 6 เดือนแล้วใช้ไม่หมดควรจะเททิ้ง
วิธีการใช้
นาข้าว
- นำฮอร์โมนปริมาณ 15 ช้อนโต๊ะมาละลายในน้ำ 40 ลิตร นำเมล็ดพันธุ์ข้าวมาแช่ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง
- นำข้าวที่แช่ไว้ขึ้นจากน้ำผึ้งให้สะเด็ดน้ำ กองเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ นำฮอร์โมนรกหมูปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 20 ลิตร คนให้เข้ากัน เทราดลงบนกองพันธุ์ข้าว บ่มทิ้งไว้ 12 ชั่วโมงจากนั้นนำข้าวไปหว่านนาน้ำตม เมื่อข้าวอายุได้ 1 เดือน ให้นำปุ๋ยอินทรีย์ไปใส่ในอัตราส่วน 200 กก./ไร่ ฮอร์โมนจะช่วยทำให้ต้นข้าวแข็งแรง ต้านทานโรคและช่วยเพิ่มผลผลิต
มันสำปะหลัง มันสำปะหลังอายุ 1 เดือน ฉีดพ่นฮอร์โมน ในอัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะ/น้ำ 20 ลิตร/1 ไร่ ไม่ควรผสมในปริมาณที่เข้มข้นมากเพราะจะทำให้ในมันสำปะหลังหงิกงอได้
พืชผัก ฉีดพ่นฮอร์โมนในพืชผัก อัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะ/น้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 7 วัน
ไม้ผล ใช้ฮอร์โมน 150 ซีซี (1 ขวด เอ็ม 150) ผสมน้ำ 20 ลิตร เทราดลงพื้นดินบริเวณรอบทรงพุ่มต้นไม้ขณะที่ดินมีความชื้น ช่วงก่อนออกดอก 1 ครั้ง และช่วงติดผลอ่อน 1 ครั้ง จะช่วยให้ติดผลดี และผลดก
ที่มา:
- สถาบันสร้างเสริมนวัตกรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียง กรมส่งเสริมการเกษตร "นวัตกรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียง องค์ความรู้ของเกษตรกรและชุมชน", 2552.
- สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ โทรศัพท์ 0-4489-1113
