ประวัติความเป็นมา
วิถีชีวิตของชาวบ้านบริเวณมาบตาพุดและบ้านฉางในอดีตนั้นเป็นชุมชนชนบท ทำมาหากินเพื่อการอยู่รอดและการอยู่ร่วมกันสัมพันธ์กัน การผลิตเมื่อก่อนนั้นผลิตเพื่อยังชีพ ปลูกข้าวไว้กิน ปลูกกล้วย ปลูกอ้อยเพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น ต่อมาจึงปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อขาย ในปี พ.ศ. 2528 มีการก่อตั้งโรงแยกก๊าซ มีการเวนคืนที่ดินเพื่อการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรม เกิดผลกระทบเป็ยอย่างมากสำหรับชุมชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ญาติพี่น้องต้องแยกย้ายไม่ได้อยู่ร่วมกันเช่นแต่ก่อน ผลกระทบเกิดอีกด้านหนึ่งคือมีคนจำนวนมากย้ายเข้ามาอยู่อาศัย มีการซื้อขายที่ดินจำนวนมากเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยรองรับแรงงานต่าง ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงอาชีพของคนในชุมชนโดยไปทำงานในโรงงานมากขึ้น และยังเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกมาก ในปี พ.ศ. 2548 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำโครงการนำร่องพัฒนาชุมชน ในเขตมาบตาพุด และบ้านฉาง ชุมชนได้เรียนรู้และได้กำหนดกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชน ได้แก่ ธนาคารเศรษฐกิจพอเพียง เครือข่ายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน
หลักคิด
ใช้เวทีการเรียนรู้ของชุมชน ในการเรียนรู้ตัวเองและมองเห็นศักยภาพของชุมชนเอง การไปศึกษาดูงานทำให้ชุมชนได้เรียนรู้เพิ่มเติม และนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับชุมชน จากนั้นจึงกำหนดกิจกรรมที่จะทำ
แนวทางการบริหารจัดการ
- ใช้กระบวนการเรียนรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยจัดเวทีการเรียนรู้ทั้งระดับชุมชน และระดับเครือข่าย
- ชุมชนจัดการเรียนรู้ โดยเรียนรู้ผ่านข้อมูลที่ชุมชนร่วมกันทำขึ้น และนำข้อมูลมาใช้ร่วมกันในการกำหนดทิศทางการพัฒนา
- ผลิตเพื่อใช้แก้ปัญหา และสนองความต้องการที่ให้ชุมชนเป็นหลัก เมื่อเหลือจึงขายให้เครือข่าย
- ให้ทุนของชุมชน และพัฒนากิจกรรมบนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรมที่ดำเนินการ
- เครือข่ายธนาคารเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการระดมทุนหรือสร้างทุนและบริหารจัดการทุน ตลอดจนเกิดสวัสดิการเพื่อมวลสมาชิกของกลุ่มหรือองค์กรในชุมชนเป็นการเรียนรู้และพัฒนาการเรียนรู้ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
- เครือข่ายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นจุดถ่ายทอดองค์ความรู้ เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และออกแบบระบบการจัดการสุขภาพของชุมชน ตามวิถีของชุมชน
- เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน เพื่อผลิตสินค้าต่าง ๆ ใช้ในชุมชน ลดการนำเข้าจากภายนอก
แนวทางการระดมทุน
- ระดมทุนเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะกิจกรรมของแต่ละชุมชน
- ระดมทุนเพื่อที่จัดตั้งเป็นกองทุนใหญ่
กระบวนการคิดในการแก้ไขปัญหา
ใช้กระบวนการเรียนรู้ โดยผ่านเวทีการเรียนรู้ของชุมชน ในการระดมความคิด เพื่อค้นหาปัญหา หาข้อสรุปร่วมกัน เสนอแนวทางแก้ไข มอบหมายภารกิจ และติดตามประเมินการแก้ปัญหาตามภารกิจ
องค์ความรู้ที่โดดเด่น
- การออมทรัพย์ หรือธนาคารเศรษฐกิจพอเพียงแบบมีสวัสดิการ
- การจัดทำผลิตภัณฑ์ทดแทน
- เครือข่ายสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแบบมีสวัสดิการ (ออมวันละ 1 บาท)
- การแปรรูปสมุนไพร (ว่านสามสิบ)
- กลุ่มเกษตรดินหอม
- เตาเผาถ่านที่มีการจัดการแบบครบวงจร ขี้เถ้าทำน้ำด่างเพื่อเป็นส่วนผสมกับน้ำเพื่อทำน้ำยาล้างจานและซักผ้า การจัดทำท่อปล่องควันเพื่อเอาน้ำส้มควันไม้
- การทำน้ำมันว่านจากสมุนไพรพื้นบ้าน และทำยาหม่องจากสมุนไพร
- การทำน้ำมันมะพร้าวหมักผมโดยไม่ผ่านความร้อน เพื่อใช้กับผิวหรือเพื่อความสวยงาม
- กลุ่มนวดเพื่อสุขภาพ
ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.
