ประวัติความเป็นมา
อำเภอเทพสถิต เป็นอำเภอที่มีกลุ่มชนอพยพมาจากหลายพื้นที่ และมีปัญหาหลากหลาย ได้แก่ ป่าไม้ถูกตัดทำลาย หนี้สิน หน้าดินถูกชะล้างพังทลาย เกษตรกรใช้สารเคมีสูง ลำน้ำเหือดแห้งใสฤดูแล้ง สารเคมีตกต้างในดิน/น้ำ พืชและสัตว์บางชนิดตายและเริ่มสูญพันธุ์ พืชผักที่มีอยู่ในน้ำไม่สามารถกินได้เหมือนแต่ก่อน จากปัญหาต่าง ๆ ที่พบชาวบ้านจึงได้ร่วมกันวิเคราะห์เพื่อหาทางออก หรือแนวทางในการแก้ไขร่วมกันในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน เกิดการรวมกลุ่มขึ้นและตั้งชื่อว่า "กลุ่มเกษตรนิเวศน์" ที่ต้องการทำการเกษตรที่มีความหลากหลาย โดยตั้งกลุ่มในปี 2537 ต่อมาแนวคิดในการทำการเกษตรดังกล่าวขยายตัว มีหลายหมู่บ้านเข้ามาเป็นเครือข่าย ตั้งชื่อว่า "เครือข่ายเกษตรนิเวศน์เทพนิมิต"
หลักการคิด
- เน้นการมีส่วนร่วม ทั้งในการศึกษาทรัพยากรในท้องถิ่น การสืบค้นและรวบรวมความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมผสมผสานกับภูมิปัญญาสากล
- มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูล
- มีการจัดการทุน ทั้งทุนที่เป็นเงินตราและทุนที่เป็นผลผลิต ภูมิปัญญา และการจัดการทรัพยากร
แนวทางบริหารจัดการ
- เครือข่ายมีการจัดประชุมคณะกรรมการเป็นประจำทุกเดือนเพื่อแลกเปลี่ยนกระบวนการทำงาน ปัญหาอุปสรรคในการทำงาน การติดตามผลการดำเนินงาน
- มีการจัดการอบรมและส่งเสริมในเรื่องต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ด้านการดูแลสุขภาพ การทำการเกษตรแบบยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ การผลิตปุ๋ยชีวภาพ การผลิตหัวเชื้อน้ำหมัก การผลิตฮอร์โมน การปรับปรุงดิน การเพาะกล้าไม้
- จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และกองทุนสวัสดิการ
- จัดตั้งกลุ่มฌาปนกิจของเครือข่ายเกษตรนิเวศน์เทพนิมิต
กิจกรรมที่ดำเนินการ
- การอบรมดูแลสุขภาพโดยใช้สมุนไพร
- การอบรมการนวดแบบพื้นบ้าน การนวดแบบแผนไทย
- การแปรรูปสมุนไพร สมุนไพรว่าน 108 การกลั่นน้ำมันตะไคร้หอม กลั่นน้ำมันไพล
- ส่งเสริมการปลูกสมุนไพรในแปลงของสมาชิก
- การทำน้ำส้มควันไม้
- การทำการเกษตรแบบยั่งยืน
- การผลิตปุ๋ยชีวภาพ การผลิตหัวเชื้อน้ำหมัก การผลิตฮอร์โมน
- การจัดการกองทุน
การระดมทุน
มีการระดมจากลุ่มออมทรัพย์ และได้รับเงินทุนจากกองทุนเพื่อสังคม เป็นโครงการส่งเสริมอาชีพและจัดสวัสดิการแก่ผู้ยากไร้ จึงเกิดกิจกรรมต่าง ๆ คือ กองทุนสุขภาพ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ทำเกษตรผสมผสาน เกษตรยั่งยืน มีชมรมฌาปนกิจ
ที่มา: กรมส่งเสริมการเกษตร "ทำเนียบแหล่งเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน", 2552.
